เผย 5 สถิติน่าสนใจ ความผิดปกติทางระบบประสาทในแมวที่เจ้าของควรรู้ก่อนจะสาย
แมวของคุณเคยมีอาการแปลกๆ อย่างเดินเซ หัวเอียง กระตุก หรือเหม่อลอยผิดปกติบ้างไหมครับ?
ถ้าเคย แล้วคุณยังคิดว่า "น้องแค่ง่วง" หรือ "น้องน่าจะฝันอยู่"
ขอให้หยุดความคิดนั้นไว้ก่อนเลยครับ เพราะพฤติกรรมเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ โรคทางระบบประสาทในแมว ที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด
วันนี้ผมจะพาคุณไปสำรวจ “5 สถิติน่าสนใจเกี่ยวกับโรคระบบประสาทในแมว” ที่ทั้งน่ารู้ และจำเป็นต่อการดูแลน้องแมวให้มีคุณภาพชีวิตดีอย่างยั่งยืนครับ
ข้อมูลจาก Cornell University College of Veterinary Medicine พบว่า
แมวที่มีอายุมากกว่า 7 ปี จะมีแนวโน้มเกิดโรคระบบประสาทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
โดยเฉพาะกลุ่มที่เคยมีประวัติอุบัติเหตุ โรคติดเชื้อในสมอง หรือพันธุกรรมบางสายพันธุ์
แมวสูงอายุ (10 ปีขึ้นไป)
แมวพันธุ์สก็อตติชโฟลด์ เบอร์แมน หรือพันธุ์ผสมที่มีกะโหลกสั้น
แมวที่เคยติดเชื้อหูชั้นในหรือไวรัส FIP
ข้อควรรู้: ถ้าแมวอายุเกิน 7 ปี ควรตรวจสุขภาพระบบประสาททุกปีโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีอาการเดินผิดปกติหรือซึมบ่อยครับ
ไม่ใช่เรื่องขำถ้าแมวคุณเดินเหมือนเพิ่งออกจากร้านเหล้า
เพราะอาการเดินเซหรือเสียการทรงตัวอาจเกิดจาก Ataxia ซึ่งเป็นอาการระบบประสาทที่พบบ่อยที่สุดในแมว
Vestibular ataxia: ระบบการทรงตัวเสีย สมองส่วนหูชั้นในมีปัญหา
Cerebellar ataxia: สมองส่วนควบคุมการเคลื่อนไหวผิดปกติ
Sensory ataxia: เส้นประสาทรับความรู้สึกเสีย
เทคนิค: ถ้าแมวเดินโซเซ หัวเอียง หรือเดินแล้วล้ม ควรรีบพาไปตรวจก่อนที่อาการจะลุกลามครับ
แมวบางตัวจะมีอาการกระตุก ตัวแข็ง หรือเคลื่อนไหวแปลกๆ เป็นช่วงสั้นๆ
เจ้าของหลายคนเข้าใจว่าแมวแค่ “ตกใจ” หรือ “ฝันร้าย”
แต่จริงๆ แล้วนี่อาจเป็น ภาวะลมชัก (Seizures) ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด
พบในแมว 2% โดยเฉพาะแมวอายุ 1–4 ปี
อาการมักเกิดตอนกลางคืน หรือหลังจากแมวตกใจ
มีทั้งแบบ “เฉียบพลัน” และแบบ “เรื้อรัง” ซึ่งต้องกินยาควบคุม
ข้อควรรู้: บันทึกวิดีโออาการไว้เพื่อช่วยให้สัตวแพทย์วินิจฉัยแม่นขึ้นมากครับ
แมวที่เริ่มมีอาการทางระบบประสาท ถ้าได้รับการรักษาเร็ว
จะมีโอกาสฟื้นตัวเกินครึ่งแบบไม่เหลือผลข้างเคียง
ตรวจเลือดและค่าตับไต
ตรวจระบบประสาท (reflex test)
ทำ MRI หรือ CT scan
ตรวจน้ำไขสันหลังในบางกรณี
เคล็ดลับ: อย่ารอให้แมวแสดงอาการรุนแรงก่อนค่อยพาไปตรวจ การ “สังเกตเร็ว พาไว” จะช่วยน้องได้มากที่สุดครับ
แมวที่มีภาวะสมองเสื่อม เดินเซ หรือแม้แต่ชักบ่อย
หากได้รับการดูแลที่ถูกต้อง สามารถมีชีวิตปกติ ยาวนาน และไม่ทุกข์ทรมานได้เลยครับ
จัดพื้นที่ราบ ไม่มีของมีคมหรือมุมอันตราย
เลือกกระบะทรายขอบต่ำ พื้นกันลื่น
ให้ยาตามคำแนะนำหมอ และตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอ
อาหารสูตรเสริมวิตามินบี, DHA, หรือ Omega-3 อาจช่วยเสริมระบบประสาท
ข้อควรรู้: มีเคสแมวที่มีโรคประสาทเรื้อรังแต่มีอายุถึง 16 ปีอย่างมีความสุข เพียงแค่มีการดูแลสม่ำเสมอครับ
โรคทางระบบประสาทในแมวไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ควรมองข้ามอาการเล็กน้อยอย่างเดินเซ หรือเหม่อลอย
แม้จะดูเหมือนไม่ร้ายแรง แต่จริงๆ แล้วอาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรคที่ซับซ้อนกว่านั้น
การรู้ทัน สังเกตไว และพาแมวไปพบสัตวแพทย์อย่างทันท่วงที คือสิ่งที่ดีที่สุดที่เจ้าของจะมอบให้น้องแมวได้ครับ
#แมวเดินเซอย่าชะล่าใจ #ระบบประสาทแมวสำคัญกว่าที่คิด #แมวชักคือสัญญาณต้องพบหมอ #แมวพิเศษก็มีคุณภาพชีวิตได้ #Lazadogใส่ใจสุขภาพแมวทุกระบบ
อยากรู้วิธีดูแลน้องหมา&แมวให้มีความสุขในทุกวัน?
ติดตามบทความน่ารักๆ แบบนี้ได้ที่ Lazadog.com/blog
หรือแชร์ประสบการณ์กับเราได้ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ
by Prasobsook Saisud – Founder Lazadog.com
Doglala – Social for Pet Lovers doglala.com