เปิด 5 สถิติน่ารู้ “ดอกลิลลี่กับหมา” สวยแต่อันตราย ถึงตายได้แบบไม่ทันตั้งตัว (อัปเดท 2025)

Apr 18, 2025
healthy สุขภาพ
เปิด 5 สถิติน่ารู้ “ดอกลิลลี่กับหมา” สวยแต่อันตราย ถึงตายได้แบบไม่ทันตั้งตัว (อัปเดท 2025)

🐶 ไวรัลวันนี้! หมา-แมวไทย

ที่มา: Google News

เปิด 5 สถิติน่ารู้ “ดอกลิลลี่กับหมา” สวยแต่อันตราย ถึงตายได้แบบไม่ทันตั้งตัว

คุณอาจคิดว่า “แค่ดอกไม้ จะไปอันตรายอะไร?”
แต่รู้ไหมครับว่า ดอกลิลลี่ (Lily) ซึ่งเป็นดอกไม้ยอดฮิตในแจกันตามบ้าน คาเฟ่ หรือแม้แต่ในร้านถ่ายรูป
อาจเป็นภัยเงียบที่ทำให้หมาของคุณเจ็บหนักถึงขั้น “ไตวาย” หรือ “เสียชีวิต” ได้เลย

แม้หลายคนจะคุ้นว่า “แมวห้ามกินลิลลี่เด็ดขาด” แต่หมาก็ใช่ว่าจะปลอดภัย!

วันนี้ผมจะพาคุณไปรู้จัก 5 สถิติน่ารู้เกี่ยวกับดอกลิลลี่กับความเสี่ยงที่มีต่อเจ้าตูบ พร้อมเคล็ดลับป้องกันที่เจ้าของทุกคนควรรู้ก่อนจะสายเกินไปครับ


1. ดอกลิลลี่เป็น “พิษเฉียบพลัน” ที่สามารถทำให้หมาอาเจียน ท้องเสีย หรือช็อกได้ภายใน 1–3 ชั่วโมง

ข้อมูลจาก ASPCA (American Society for the Prevention of Cruelty to Animals) ระบุว่า
ส่วนต่างๆ ของดอกลิลลี่ เช่น กลีบดอก เกสร ลำต้น แม้กระทั่งน้ำจากแจกัน ก็มีสารพิษต่อสัตว์เลี้ยง
โดยในหมา แม้ความรุนแรงจะน้อยกว่าแมว แต่ อาการพิษอาจเริ่มขึ้นได้ในเวลาไม่เกิน 1–3 ชั่วโมง หลังจากกินหรือเลียเข้าไป

อาการเบื้องต้นที่ควรระวัง:

  • อาเจียนเฉียบพลัน

  • ท้องเสีย น้ำลายไหลผิดปกติ

  • ซึม เบื่ออาหาร เดินเซ

  • ในรายรุนแรงอาจเกิดภาวะชักหรือไตวายเฉียบพลัน

ข้อควรรู้: แม้จะกินเข้าไปแค่ “นิดเดียว” ก็อาจเกิดพิษได้ เพราะร่างกายสุนัขมีความไวต่อพืชบางชนิดมากกว่าคนหลายเท่าครับ


2. มีรายงาน “สุนัขเสียชีวิตจากพิษลิลลี่” เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละกว่า 150 เคสในอเมริกา และแนวโน้มเพิ่มขึ้นในเอเชีย

จากฐานข้อมูลของ Pet Poison Helpline และ Veterinary Poisons Information Service (VPIS) พบว่า
มีการแจ้งเคสสุนัขกินลิลลี่แล้วเกิดพิษมากขึ้นทุกปี โดยในบางกรณี หมากินแค่น้ำจากแจกันที่มีลิลลี่แช่ไว้ก็เกิดอาการได้

ในประเทศไทย ยังไม่มีตัวเลขทางการชัดเจน
แต่จากข้อมูลของโรงพยาบาลสัตว์เอกชนในกรุงเทพ พบว่า
มีเคสหมากินพืชตกแต่งในบ้านแล้วเกิดพิษ เฉลี่ยเดือนละ 3–5 เคส และเกินครึ่งเป็นพืชตระกูลลิลลี่

เทคนิค: หลีกเลี่ยงการวางแจกันหรือไม้ประดับที่มีดอกลิลลี่ไว้ในจุดที่หมาเอื้อมถึง หรือเลียได้ เช่น โต๊ะเตี้ย พื้นหน้าทีวี หรือริมระเบียง


3. สารพิษในลิลลี่ “ไม่มียาถอนพิษโดยตรง” ต้องรักษาแบบประคับประคองเท่านั้น

การดูแลหมาที่กินลิลลี่เข้าไป ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลภายใน 2 ชั่วโมง เพื่อทำให้อาเจียน หรือให้น้ำเกลือ
เพราะถ้าพิษเข้าสู่กระแสเลือดไปแล้ว ไม่มีวิธีล้างออกโดยตรง

การรักษาที่ใช้:

  • ทำให้อาเจียน (ถ้ากินภายใน 2 ชม.)

  • ให้ Activated Charcoal ดูดซับสารพิษ

  • ให้น้ำเกลือทางเส้นเลือดเพื่อขับสารพิษออกทางไต

  • ตรวจการทำงานของตับและไตภายใน 24–48 ชั่วโมง

ข้อควรรู้: การพาน้องไปหาหมอเร็ว มีผลต่อโอกาสรอดอย่างมีนัยสำคัญ มากกว่าการรอดูอาการที่บ้านครับ


4. ลิลลี่บางสายพันธุ์ “มีพิษรุนแรงกว่าพันธุ์อื่น” โดยเฉพาะพันธุ์ที่นิยมในไทย เช่น Easter Lily, Stargazer Lily

ลิลลี่ไม่ใช่แค่ชื่อเดียวจบนะครับ เพราะมันมีหลากหลายสายพันธุ์
และแต่ละพันธุ์ก็มีระดับพิษที่ต่างกัน โดย ลิลลี่พันธุ์ที่พบได้ในร้านดอกไม้ทั่วไปในไทยกลับอยู่ในกลุ่มที่มีพิษรุนแรง

ลิลลี่สายพันธุ์ที่ควรหลีกเลี่ยง:

  • Easter Lily (ลิลลี่ขาว)

  • Stargazer Lily (ลิลลี่ชมพู)

  • Tiger Lily (ลิลลี่ลายเสือ)

  • Day Lily (ลิลลี่กลางวัน)

เทคนิค: หากซื้อดอกไม้มาแล้วไม่มั่นใจว่าใช่ลิลลี่พันธุ์ไหน อย่ารอให้หมากินก่อนแล้วค่อยกูเกิลครับ


5. เจ้าของที่รู้เท่าทัน “ช่วยลดความเสี่ยงให้น้องหมาได้ถึง 90%” ด้วยการจัดสภาพแวดล้อมปลอดภัย

จากการศึกษาของ University of Georgia College of Veterinary Medicine พบว่า
เจ้าของที่ได้รับความรู้เกี่ยวกับพืชมีพิษในบ้าน สามารถลดการเกิดเคสฉุกเฉินได้ถึง 90%
เพราะพฤติกรรมของหมาส่วนใหญ่เกิดจากความอยากรู้อยากลองของตัวเอง

วิธีป้องกันที่ใช้ได้จริง:

  • ศึกษารายชื่อพืชที่เป็นพิษต่อหมา (เช่น ลิลลี่, เดฟ, อะโลเวร่า)

  • เลือกพืชที่ปลอดภัย เช่น สนมังกร เศรษฐีเรือนนอก

  • สอนคำสั่ง “อย่าแตะ” หรือ “ไม่” เมื่อน้องหมาเข้าใกล้พืช

  • ใช้รั้วกั้น หรือตั้งแจกันให้สูงเกินกว่าน้องจะเข้าถึง

ข้อควรรู้: หมาไม่ได้อยากทำลายของ แต่มักจะ “สำรวจโลกด้วยปาก” ซึ่งอาจนำอันตรายมาถึงตัวได้โดยที่เขาไม่รู้เลย


ดอกลิลลี่อาจดูสวยสง่าเหมาะกับการแต่งบ้านหรือเซอร์ไพรส์คนพิเศษ
แต่สำหรับเจ้าตูบของคุณ มันคือภัยเงียบที่ต้องรู้เท่าทัน
เพราะน้องหมาไม่ได้มีภูมิคุ้มกันเหมือนคน และหากไม่ได้รับการดูแลทันเวลา ผลที่ตามมาอาจร้ายแรงถึงชีวิต

การรู้จักพืชมีพิษ พาน้องตรวจเมื่อมีอาการ และจัดบ้านให้ปลอดภัย
คือวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้ชีวิตน้องหมาอยู่กับคุณไปได้อีกนานครับ


#ลิลลี่พิษเงียบสำหรับหมา #รู้ทันพืชมีพิษในบ้าน #หมาเลียลิลลี่อย่ารอดูอาการ #รักหมาต้องรู้เรื่องดอกไม้ #Lazadogเตือนภัยเพื่อชีวิตน้องหมา


อยากรู้วิธีดูแลน้องหมา&แมวให้มีความสุขในทุกวัน?
ติดตามบทความน่ารักๆ แบบนี้ได้ที่ Lazadog.com/blog
หรือแชร์ประสบการณ์กับเราได้ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ

by Prasobsook Saisud – Founder Lazadog.com


Doglala - Social for Pet Lovers

Doglala – Social for Pet Lovers doglala.com

Recent Posts