เปิด 5 สถิติน่ารู้ “ดอกลิลลี่กับหมา” สวยแต่อันตราย ถึงตายได้แบบไม่ทันตั้งตัว
คุณอาจคิดว่า “แค่ดอกไม้ จะไปอันตรายอะไร?”
แต่รู้ไหมครับว่า ดอกลิลลี่ (Lily) ซึ่งเป็นดอกไม้ยอดฮิตในแจกันตามบ้าน คาเฟ่ หรือแม้แต่ในร้านถ่ายรูป
อาจเป็นภัยเงียบที่ทำให้หมาของคุณเจ็บหนักถึงขั้น “ไตวาย” หรือ “เสียชีวิต” ได้เลย
แม้หลายคนจะคุ้นว่า “แมวห้ามกินลิลลี่เด็ดขาด” แต่หมาก็ใช่ว่าจะปลอดภัย!
วันนี้ผมจะพาคุณไปรู้จัก 5 สถิติน่ารู้เกี่ยวกับดอกลิลลี่กับความเสี่ยงที่มีต่อเจ้าตูบ พร้อมเคล็ดลับป้องกันที่เจ้าของทุกคนควรรู้ก่อนจะสายเกินไปครับ
ข้อมูลจาก ASPCA (American Society for the Prevention of Cruelty to Animals) ระบุว่า
ส่วนต่างๆ ของดอกลิลลี่ เช่น กลีบดอก เกสร ลำต้น แม้กระทั่งน้ำจากแจกัน ก็มีสารพิษต่อสัตว์เลี้ยง
โดยในหมา แม้ความรุนแรงจะน้อยกว่าแมว แต่ อาการพิษอาจเริ่มขึ้นได้ในเวลาไม่เกิน 1–3 ชั่วโมง หลังจากกินหรือเลียเข้าไป
อาเจียนเฉียบพลัน
ท้องเสีย น้ำลายไหลผิดปกติ
ซึม เบื่ออาหาร เดินเซ
ในรายรุนแรงอาจเกิดภาวะชักหรือไตวายเฉียบพลัน
ข้อควรรู้: แม้จะกินเข้าไปแค่ “นิดเดียว” ก็อาจเกิดพิษได้ เพราะร่างกายสุนัขมีความไวต่อพืชบางชนิดมากกว่าคนหลายเท่าครับ
จากฐานข้อมูลของ Pet Poison Helpline และ Veterinary Poisons Information Service (VPIS) พบว่า
มีการแจ้งเคสสุนัขกินลิลลี่แล้วเกิดพิษมากขึ้นทุกปี โดยในบางกรณี หมากินแค่น้ำจากแจกันที่มีลิลลี่แช่ไว้ก็เกิดอาการได้
ในประเทศไทย ยังไม่มีตัวเลขทางการชัดเจน
แต่จากข้อมูลของโรงพยาบาลสัตว์เอกชนในกรุงเทพ พบว่า
มีเคสหมากินพืชตกแต่งในบ้านแล้วเกิดพิษ เฉลี่ยเดือนละ 3–5 เคส และเกินครึ่งเป็นพืชตระกูลลิลลี่
เทคนิค: หลีกเลี่ยงการวางแจกันหรือไม้ประดับที่มีดอกลิลลี่ไว้ในจุดที่หมาเอื้อมถึง หรือเลียได้ เช่น โต๊ะเตี้ย พื้นหน้าทีวี หรือริมระเบียง
การดูแลหมาที่กินลิลลี่เข้าไป ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลภายใน 2 ชั่วโมง เพื่อทำให้อาเจียน หรือให้น้ำเกลือ
เพราะถ้าพิษเข้าสู่กระแสเลือดไปแล้ว ไม่มีวิธีล้างออกโดยตรง
ทำให้อาเจียน (ถ้ากินภายใน 2 ชม.)
ให้ Activated Charcoal ดูดซับสารพิษ
ให้น้ำเกลือทางเส้นเลือดเพื่อขับสารพิษออกทางไต
ตรวจการทำงานของตับและไตภายใน 24–48 ชั่วโมง
ข้อควรรู้: การพาน้องไปหาหมอเร็ว มีผลต่อโอกาสรอดอย่างมีนัยสำคัญ มากกว่าการรอดูอาการที่บ้านครับ
ลิลลี่ไม่ใช่แค่ชื่อเดียวจบนะครับ เพราะมันมีหลากหลายสายพันธุ์
และแต่ละพันธุ์ก็มีระดับพิษที่ต่างกัน โดย ลิลลี่พันธุ์ที่พบได้ในร้านดอกไม้ทั่วไปในไทยกลับอยู่ในกลุ่มที่มีพิษรุนแรง
Easter Lily (ลิลลี่ขาว)
Stargazer Lily (ลิลลี่ชมพู)
Tiger Lily (ลิลลี่ลายเสือ)
Day Lily (ลิลลี่กลางวัน)
เทคนิค: หากซื้อดอกไม้มาแล้วไม่มั่นใจว่าใช่ลิลลี่พันธุ์ไหน อย่ารอให้หมากินก่อนแล้วค่อยกูเกิลครับ
จากการศึกษาของ University of Georgia College of Veterinary Medicine พบว่า
เจ้าของที่ได้รับความรู้เกี่ยวกับพืชมีพิษในบ้าน สามารถลดการเกิดเคสฉุกเฉินได้ถึง 90%
เพราะพฤติกรรมของหมาส่วนใหญ่เกิดจากความอยากรู้อยากลองของตัวเอง
ศึกษารายชื่อพืชที่เป็นพิษต่อหมา (เช่น ลิลลี่, เดฟ, อะโลเวร่า)
เลือกพืชที่ปลอดภัย เช่น สนมังกร เศรษฐีเรือนนอก
สอนคำสั่ง “อย่าแตะ” หรือ “ไม่” เมื่อน้องหมาเข้าใกล้พืช
ใช้รั้วกั้น หรือตั้งแจกันให้สูงเกินกว่าน้องจะเข้าถึง
ข้อควรรู้: หมาไม่ได้อยากทำลายของ แต่มักจะ “สำรวจโลกด้วยปาก” ซึ่งอาจนำอันตรายมาถึงตัวได้โดยที่เขาไม่รู้เลย
ดอกลิลลี่อาจดูสวยสง่าเหมาะกับการแต่งบ้านหรือเซอร์ไพรส์คนพิเศษ
แต่สำหรับเจ้าตูบของคุณ มันคือภัยเงียบที่ต้องรู้เท่าทัน
เพราะน้องหมาไม่ได้มีภูมิคุ้มกันเหมือนคน และหากไม่ได้รับการดูแลทันเวลา ผลที่ตามมาอาจร้ายแรงถึงชีวิต
การรู้จักพืชมีพิษ พาน้องตรวจเมื่อมีอาการ และจัดบ้านให้ปลอดภัย
คือวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้ชีวิตน้องหมาอยู่กับคุณไปได้อีกนานครับ
#ลิลลี่พิษเงียบสำหรับหมา #รู้ทันพืชมีพิษในบ้าน #หมาเลียลิลลี่อย่ารอดูอาการ #รักหมาต้องรู้เรื่องดอกไม้ #Lazadogเตือนภัยเพื่อชีวิตน้องหมา
อยากรู้วิธีดูแลน้องหมา&แมวให้มีความสุขในทุกวัน?
ติดตามบทความน่ารักๆ แบบนี้ได้ที่ Lazadog.com/blog
หรือแชร์ประสบการณ์กับเราได้ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ
by Prasobsook Saisud – Founder Lazadog.com
Doglala – Social for Pet Lovers doglala.com