เปิด 5 สถิติน่ารู้ “หมาเลียขาจนเป็นแผล” อย่าปล่อยให้เป็นแค่ความเครียดธรรมดา (อัปเดท 2025)

Apr 17, 2025
การรับเลี้ยงและการดูแล
เปิด 5 สถิติน่ารู้ “หมาเลียขาจนเป็นแผล” อย่าปล่อยให้เป็นแค่ความเครียดธรรมดา (อัปเดท 2025)

🐶 ไวรัลวันนี้! หมา-แมวไทย

ที่มา: Google News

เปิด 5 สถิติน่ารู้ “หมาเลียขาจนเป็นแผล” อย่าปล่อยให้เป็นแค่ความเครียดธรรมดา

เลียขา เลียเท้า เลียจนแผลบาน… ถ้าคุณเห็นภาพนี้ซ้ำๆ ในบ้าน ก็ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้วนะครับ
เพราะพฤติกรรมการเลียตัวซ้ำที่จุดเดิมจนผิวหนังอักเสบ มีรอยนูนแดง หรือกลายเป็นแผลลึกนั้น
อาจหมายถึงหมาคุณกำลังเผชิญภาวะ Acral Lick Granuloma อยู่โดยไม่รู้ตัว

วันนี้ผมจะพาคุณมา เปิด 5 สถิติน่ารู้เกี่ยวกับภาวะเลียขาจนเป็นแผลในหมา พร้อมแนวทางดูแล รักษา และป้องกันแบบคนเข้าใจน้องหมาอย่างแท้จริงครับ!


1. 1 ใน 5 ของหมาที่มีแผลผิวหนัง “มีพฤติกรรมเลียตัวซ้ำจนกลายเป็นแผลลึก”

จากข้อมูลของ Veterinary Dermatology Association
หมาที่เป็นแผลเรื้อรังที่ขา ข้อเท้า หรือด้านหน้าขามักมีสาเหตุมาจากการเลียตัวเองซ้ำๆ
จนทำให้ผิวหนังอักเสบและบวมขึ้นเป็นก้อน (granuloma)
ซึ่งพบในหมากลางถึงแก่เป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะพันธุ์ใหญ่

พันธุ์หมาที่พบมาก:

  • ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์

  • เยอรมันเชพเพิร์ด

  • โกลเด้น รีทรีฟเวอร์

  • โดเบอร์แมน

ข้อควรรู้: หมาพันธุ์ใหญ่มีแนวโน้มเครียดง่ายกว่าที่คิด และมักระบายออกด้วยการเลียตัวซ้ำ


2. พฤติกรรมเลียซ้ำ “เกี่ยวข้องกับความเครียดในหมามากถึง 60%”

ใช่ครับ หมาเครียดได้!
โดยเฉพาะหมาที่อยู่คนเดียวทั้งวัน ขาดการกระตุ้นจิตใจ (mental stimulation) หรือมีความกังวลเรื้อรัง
จะพยายามปลดปล่อยด้วยพฤติกรรมซ้ำๆ เช่น เลียขา กัดเล็บ เดินวน หรือกัดผ้า

ตัวกระตุ้นที่พบได้บ่อย:

  • เจ้าของไม่อยู่บ้านนาน

  • บ้านมีการเปลี่ยนแปลง เช่น ย้ายบ้าน รับหมาตัวใหม่

  • หมาที่ไม่ได้ออกกำลังกายพอ

  • เคยมีบาดแผลมาก่อนบริเวณนั้น

เทคนิค: สังเกตว่าหมาเริ่มเลียช่วงเวลาไหน ถ้าเลียทุกครั้งหลังเจ้าของออกจากบ้าน — ความเครียดมาแน่ครับ


3. แผลที่เกิดจากการเลีย “มักลึกกว่าที่เห็น และหายยากมากถ้าไม่หยุดเลีย”

การเลียซ้ำๆ ทำให้ผิวหนังบางลง อักเสบ และติดเชื้อได้ง่าย
หากปล่อยไว้นานเกิน 2–4 สัปดาห์ โดยไม่ใส่อุปกรณ์ป้องกัน หรือไม่หาสาเหตุ — แผลจะไม่หาย และอาจกลายเป็นผิวหนังตายเฉพาะที่ได้

สิ่งที่ต้องทำทันที:

  • หยุดการเลีย = ใช้ปลอกคอกันเลียหรือถุงเท้าพันแผล

  • พาไปตรวจกับสัตวแพทย์ผิวหนัง

  • เช็กปัญหากายภาพ เช่น ปวดข้อ หรือเส้นประสาทกดทับ

ข้อควรรู้: การเลียซ้ำจนติดเป็นนิสัยอาจต้องรักษาด้วยการปรับพฤติกรรมร่วมกับยาคลายเครียดในบางราย


4. มากกว่า 40% ของหมาที่เป็น Acral Lick Granuloma “ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะเฉพาะจุด”

จากการศึกษาของ American College of Veterinary Dermatology
พบว่าหลายกรณีมีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย เช่น Staphylococcus intermedius
การรักษาจึงต้องใช้ยาปฏิชีวนะร่วมกับยาต้านการอักเสบ และบางรายต้องทำเลเซอร์หรือใช้ยาทาเฉพาะจุด

แนวทางรักษา:

  • ล้างแผลด้วยน้ำเกลือ / คลอเฮกซิดีน

  • ทายาเชื้อแบคทีเรียเฉพาะที่

  • ติดตามผลทุก 1–2 สัปดาห์

  • รักษาสาเหตุร่วม (เครียด / โรคข้อ / ภูมิแพ้)

เทคนิค: หากใช้ยาทาแล้วน้องยังเลียอยู่ ให้ลองผสมกลิ่นเปรี้ยวอ่อนๆ (เช่น น้ำมะนาวเจือจาง) รอบๆ แผลเพื่อเบี่ยงเบนพฤติกรรม


5. หมาที่เคยเป็นแผลจากการเลีย “มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำอีกใน 6–12 เดือน ถ้าไม่แก้พฤติกรรมต้นเหตุ”

แผลหายก็จริง แต่พฤติกรรมเลียยังอยู่ — ถ้าเจ้าของไม่ได้เสริมกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นสมอง เช่น ของเล่นฝึกสมาธิ การเดินเล่น การฝึกคำสั่ง
น้องหมาก็จะกลับมาเลียที่เดิมอีกครั้งในไม่ช้า

เคล็ดลับลดการเลีย:

  • ใช้ของเล่นแบบ puzzle หรือ treat-dispensing toy

  • เพิ่มรอบการพาน้องหมาเดิน

  • ฝึกคำสั่งใหม่ๆ ทุกสัปดาห์

  • ให้เวลาคุณภาพกับน้องมากขึ้น

ข้อควรรู้: หมาที่มีพฤติกรรมเลียจนเป็นแผลมักไวต่อสิ่งกระตุ้นเล็กน้อย เช่น เสียงฝนตก หรือกลิ่นแปลก — ต้องช่วยเขาผ่อนคลายครับ


Acral Lick Granuloma ไม่ใช่แค่แผลธรรมดา แต่มันคือเสียงสะท้อนจากใจหมาว่า “หนูกำลังเครียดหรือไม่สบายอยู่นะ”
ถ้าเจ้าของช่วยสังเกตไว ใส่ใจเร็ว และดูแลครบทั้งกายและใจ แผลก็หาย พฤติกรรมก็ลดลง และน้องหมาก็จะกลับมายิ้มได้อีกครั้งครับ!


#หมาเลียขาอย่ามองข้าม #แผลจากการเลียไม่หายเอง #หมาเครียดต้องช่วยดูแล #รักหมาต้องสังเกตใจเขา #Lazadogเข้าใจพฤติกรรมหมา


อยากรู้วิธีดูแลน้องหมา&แมวให้มีความสุขในทุกวัน?
ติดตามบทความน่ารักๆ แบบนี้ได้ที่ Lazadog.com/blog
หรือแชร์ประสบการณ์กับเราได้ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ

by Prasobsook Saisud – Founder Lazadog.com


Doglala - Social for Pet Lovers

Doglala – Social for Pet Lovers doglala.com

Recent Posts