เปิด 5 สถิติน่ารู้ “ภาวะหลอดเลือดแดงเชื่อมกับหลอดเลือดดำผิดปกติในน้องหมา” หัวใจต้องทำงานหนัก (อัปเดท 2025)

Apr 17, 2025
healthy สุขภาพ
เปิด 5 สถิติน่ารู้ “ภาวะหลอดเลือดแดงเชื่อมกับหลอดเลือดดำผิดปกติในน้องหมา” หัวใจต้องทำงานหนัก (อัปเดท 2025)

🐶 ไวรัลวันนี้! หมา-แมวไทย

ที่มา: Google News

เปิด 5 สถิติน่ารู้ “ภาวะหลอดเลือดแดงเชื่อมกับหลอดเลือดดำผิดปกติในน้องหมา” หัวใจต้องทำงานหนัก

คุณเคยเห็นน้องหมามีชีพจรเต้นแรงผิดปกติ ตรงขาหนีบหรือใต้ท้องไหมครับ?
หรือเคยเจอหมาที่ดูเหนื่อยง่าย ทั้งที่ยังหนุ่มแน่นอยู่?
อาการเหล่านี้อาจมาจากโรคที่หลายคนไม่คุ้นหูอย่าง ภาวะหลอดเลือดแดงเชื่อมกับหลอดเลือดดำผิดปกติ (AV Fistula)
ซึ่งถึงแม้จะพบไม่บ่อย แต่หากไม่สังเกตและรักษา อาจส่งผลร้ายต่อหัวใจและชีวิตของน้องได้ในระยะยาวเลยทีเดียว

วันนี้ผมจะพาคุณมา เปิด 5 สถิติน่ารู้ของโรค AVF ในหมา ที่ไม่ควรมองข้าม พร้อมเคล็ดลับสังเกตเบื้องต้น และแนวทางการดูแลครับ


1. AV Fistula เป็นโรคที่พบได้น้อย “แต่ถ้าเกิดขึ้น จะกระทบการทำงานของหัวใจโดยตรง”

จากข้อมูลของ Veterinary Radiology & Ultrasound Journal
ภาวะนี้เกิดจากการที่หลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำ “เชื่อมต่อกันผิด” โดยไม่มีเส้นเลือดฝอยคั่นกลาง
ทำให้เลือดไหลเร็วและแรงกว่าปกติ ส่งผลให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อาจเกิดได้จาก:

  • ความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด

  • อุบัติเหตุ เช่น โดนกัด หรือเจาะเส้นเลือดลึกเกิน

  • การผ่าตัดหรือฉีดยาเข้าเส้นที่ไม่ถูกต้อง

ข้อควรรู้: แม้จะไม่ใช่โรคที่พบบ่อย แต่หากเกิดแล้วมักรุนแรงและต้องการการวินิจฉัยเฉพาะทาง


2. จุดที่ AVF พบมากที่สุดในสุนัขคือ “ขาหลัง ขาหนีบ และลำคอ”

จากรายงานของ Cornell University College of Veterinary Medicine
ระบุว่าบริเวณที่มักพบการเชื่อมผิดของหลอดเลือดได้บ่อยคือ
บริเวณเส้นเลือดใหญ่ตรงขาหลังหรือขาหนีบ และบางรายที่บริเวณลำคอ

อาการที่สังเกตได้:

  • มีก้อนตุงที่เต้นเป็นจังหวะ

  • ชีพจรบริเวณผิดปกติแรงผิดปกติ

  • อวัยวะบวมแดง หรืออุ่นกว่าปกติ

  • เหนื่อยง่าย หอบง่าย แม้ไม่ได้ออกแรงมาก

เทคนิค: ใช้ปลายนิ้วแตะเบาๆ บริเวณขาหนีบ/ขาหลัง หากรู้สึก “สั่นเป็นจังหวะ” เหมือนมอเตอร์ ให้รีบปรึกษาหมอ


3. หัวใจหมาที่มี AVF “จะทำงานหนักกว่าปกติถึง 30–50%” ในช่วงที่ยังไม่ได้รักษา

เนื่องจากเลือดจากหลอดเลือดแดงไหลกลับเข้าสู่หลอดเลือดดำเร็วเกินไป
ทำให้หัวใจต้องสูบฉีดเร็วขึ้นเรื่อยๆ เพื่อรักษาความดันเลือด ส่งผลให้หัวใจโตหรืออ่อนแรงในระยะยาว

จากงานวิจัยของ Journal of Veterinary Internal Medicine

พบว่าหากไม่ได้รับการรักษา
หมามากกว่า 50% ที่มี AVF จะเริ่มแสดงอาการหัวใจโตภายใน 6 เดือน หลังเริ่มมีอาการ

ข้อควรรู้: หัวใจโตไม่ใช่แค่เรื่องของอายุ แต่มักเป็นผลตามมาจากความดันในระบบไหลเวียนเลือดที่ผิดปกติครับ


4. การตรวจด้วย Doppler Ultrasound “ช่วยวินิจฉัย AVF ได้แม่นยำถึง 95%”

การตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงร่วมกับ Doppler จะช่วยให้สัตวแพทย์เห็น “ทิศทางการไหลของเลือด”
หากพบว่ามีการไหลย้อนผิดปกติ หรือแรงดันผิดที่ – ถือเป็นสัญญาณชัดเจนของ AV Fistula

การตรวจอื่นที่อาจใช้ร่วม:

  • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG)

  • ตรวจภาพ X-ray หัวใจ

  • การฉีดสีหลอดเลือด (Angiography) สำหรับกรณีซับซ้อน

กลเม็ด: ถ้าน้องหมาเหนื่อยง่ายกะทันหันในวัยที่ยังไม่แก่ ควรขอให้คุณหมอพิจารณา Doppler ดูครับ


5. การผ่าตัดแก้ไข “ให้ผลลัพธ์ดีเยี่ยมในสุนัขมากกว่า 80%” หากทำเร็วและถูกจุด

ในรายที่มีอาการชัดเจนหรือการไหลเวียนเลือดผิดปกติรุนแรง
สัตวแพทย์จะพิจารณา “ผูกหรือปิดการเชื่อมของหลอดเลือด” เพื่อให้ระบบไหลเวียนกลับสู่ปกติ
ซึ่งการผ่าตัดมีอัตราสำเร็จสูงมากในกรณีที่ไม่ซับซ้อนและตรวจพบไว

คำแนะนำหลังผ่าตัด:

  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนัก 2–4 สัปดาห์

  • ตรวจติดตามความดัน/การทำงานหัวใจทุก 6 เดือน

  • ดูแลไม่ให้เกิดการติดเชื้อบริเวณที่ผ่า

ข้อควรรู้: ในบางรายอาจใช้วิธี Embolization (ปิดหลอดเลือดด้วยวัสดุพิเศษ) แทนการผ่าแบบเปิด


แม้โรค AV Fistula จะไม่ใช่โรคที่พบได้บ่อยในหมาทั่วไป
แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้ว – มันคือ “ศัตรูเงียบของหัวใจน้องหมา” ที่ร่างกายต้องเร่งทำงานหนักตลอดเวลา
เจ้าของจึงควรรู้เท่าทัน สังเกตชีพจรผิดปกติ และไม่มองข้ามความเปลี่ยนแปลงแม้เพียงเล็กน้อยครับ


#หัวใจหมาก็มีศัตรูเงียบ #ชีพจรแรงผิดปกติต้องสงสัย #หลอดเลือดเชื่อมผิดน่าห่วงกว่าที่คิด #Lazadogใส่ใจสุขภาพหัวใจหมาทุกตัว #AVFในหมาไม่ควรมองข้าม


อยากรู้วิธีดูแลน้องหมา&แมวให้มีความสุขในทุกวัน?
ติดตามบทความน่ารักๆ แบบนี้ได้ที่ Lazadog.com/blog
หรือแชร์ประสบการณ์กับเราได้ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ

by Prasobsook Saisud – Founder Lazadog.com

Doglala - Social for Pet Lovers

Doglala – Social for Pet Lovers doglala.com

Recent Posts