รู้ 5 เรื่องสำคัญ เมื่อน้องหมา “ไอ-สำลัก” แบบนี้ต้องทำยังไง? (อัปเดท 2025)

Apr 11, 2025
การรับเลี้ยงและการดูแล
รู้ 5 เรื่องสำคัญ เมื่อน้องหมา “ไอ-สำลัก” แบบนี้ต้องทำยังไง? (อัปเดท 2025)

🐶 ไวรัลวันนี้! หมา-แมวไทย

ที่มา: Google News

รู้ 5 เรื่องสำคัญ เมื่อน้องหมา “ไอ-สำลัก” แบบนี้ต้องทำยังไง?

ได้ยินเสียง “แค่กๆ” หรือ “ค่อกแค่กๆ” จากน้องหมาอยู่บ่อยๆ แล้วเริ่มรู้สึกใจไม่ดี?
หลายคนเข้าใจผิดว่าน้องหมากำลัง “จะอ้วก” แต่จริงๆ แล้วเขาอาจกำลัง “ไอ” หรือ “สำลัก” อยู่ก็ได้

เสียงไอของหมามีหลายแบบ และแต่ละแบบอาจบอกถึงปัญหาสุขภาพที่แตกต่างกัน
บางครั้งอาจแค่ระคายคอจากฝุ่น แต่บางครั้งก็อาจเป็นสัญญาณของโรคที่ต้องรีบพบสัตวแพทย์

วันนี้ผมจะพาคุณไปรู้จัก 5 เรื่องสำคัญเกี่ยวกับ “อาการไอ-สำลักของน้องหมา”
เพื่อให้คุณรับมือได้ถูกทาง และช่วยให้น้องกลับมาสดใสร่าเริงได้เร็วที่สุดครับ


1. ต้องแยกให้ออกว่า “น้องหมาไอ” หรือ “กำลังสำลัก”

เสียง “ไอ” ของหมามักเกิดจากระบบทางเดินหายใจ เช่น คออักเสบ หลอดลมอักเสบ หรือไวรัส
ส่วนการ “สำลัก” มักเป็นการเคลื่อนไหวที่เหมือนจะอาเจียน ไม่มีอะไรออกมา และเกิดจากสิ่งแปลกปลอม เช่น อาหารติดคอ

วิธีแยกเบื้องต้น:

  • ไอ: เสียงแห้ง/เสียงแน่นๆ ไอซ้ำๆ ช่วงกลางคืนหรือหลังตื่น

  • สำลัก: เหมือนพยายามขย้อนของขึ้นมา ไม่มีเสมหะหรือของเหลว

  • อาเจียน: จะมีน้ำย่อยหรืออาหารเก่าออกมาด้วย

Fact: จากรายงานของ VCA Animal Hospitals พบว่า สุนัขที่มีอาการไอเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ ควรได้รับการตรวจปอดและหัวใจอย่างละเอียด


2. สาเหตุที่พบบ่อยของอาการ “ไอ-สำลัก” ในหมา

น้องหมาไอหรือสำลักได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ไม่ร้ายแรง ไปจนถึงโรคที่อันตรายถึงชีวิต
การสังเกตพฤติกรรมร่วม เช่น กินน้อย เหงา หรือหายใจลำบาก จะช่วยให้เข้าใจต้นเหตุได้ดีขึ้น

สาเหตุที่พบบ่อย:

  • โรคหลอดลมอักเสบในสุนัข (Kennel Cough): ติดต่อกันง่ายในหมาหลายตัว

  • โรคหัวใจ: ทำให้ปอดมีของเหลวสะสม กดทับหลอดลม

  • พยาธิในปอดหรือหลอดลม: โดยเฉพาะหมาที่กินสัตว์เล็กหรืออยู่ในพื้นที่ชื้น

  • สิ่งแปลกปลอมติดคอ: เช่น กระดูก เศษอาหาร

  • โรคไทรอยด์ต่ำ: ทำให้ระบบเผาผลาญช้า มีเสมหะสะสม

Tip: ถ้าน้องหมาไอติดต่อกันนานกว่า 5 วัน หรือไอจนหมดแรง ต้องรีบพบสัตวแพทย์ทันที


3. สุนัขพันธุ์หน้าสั้น มักมีแนวโน้มไอ-ขย้อนมากกว่าสุนัขทั่วไป

พันธุ์อย่างปั๊ก ชิสุ บูลด็อก เฟรนช์บูลด็อก มีโครงสร้างทางเดินหายใจสั้น ทำให้อากาศผ่านได้น้อย
ยิ่งถ้าอ้วน หรืออากาศร้อน อาการจะยิ่งชัดเจนขึ้น

พฤติกรรมที่พบบ่อย:

  • หายใจเสียงดัง

  • ไอหลังจากตื่นหรือนอน

  • ขย้อนเวลาตื่นเต้น หรือหลังออกกำลังกาย

  • สำลักน้ำหรืออาหารง่าย

Fact: งานวิจัยจาก Journal of Veterinary Internal Medicine ระบุว่า สุนัขหน้าสั้นมีแนวโน้มเป็นโรคทางเดินหายใจเรื้อรังมากกว่าสุนัขทั่วไปถึง 80%


4. ถ้าน้องหมาไอหรือสำลักบ่อย ต้องปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต

ในบางกรณี การเปลี่ยนแค่พฤติกรรมประจำวันก็ช่วยให้อาการไอหรือสำลักลดลงได้มาก

วิธีช่วยลดอาการเบื้องต้น:

  • เปลี่ยนจากชามอาหารธรรมดาเป็นแบบ “สูงระดับอก” ลดการกลืนลม

  • เปลี่ยนอาหารเป็นเม็ดขนาดเล็ก หรือแช่น้ำให้นุ่ม

  • หลีกเลี่ยงการใช้ปลอกคอรัดแน่น (ควรใช้สายรัดอก)

  • เลือกเวลาเดินในช่วงเย็นแทนตอนร้อน

  • เปิดเครื่องฟอกอากาศหากอยู่ในเมือง

Tip: ถ้าไอมากตอนกลางคืน ลองยกหัวที่นอนให้สูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น


5. เมื่อไอ/สำลักไม่หยุด = ถึงเวลาพบสัตวแพทย์

ไม่ควรปล่อยให้สุนัขไอหรือสำลักเรื้อรัง เพราะนอกจากจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลียแล้ว ยังเสี่ยงต่อภาวะขาดออกซิเจน
การตรวจด้วยเอกซเรย์ หรืออัลตราซาวด์ จะช่วยให้หาสาเหตุได้แม่นยำ

สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรละเลย:

  • ไอจนหายใจลำบาก

  • สำลักจนตัวสั่นหรือทรุด

  • มีเสมหะหนา เหลือง หรือมีเลือด

  • ไอแล้วไม่กินอาหาร

  • ไอร่วมกับอาการบวมของช่องท้อง

Fact: สัตวแพทย์แนะนำว่า หากอาการไอหรือสำลักไม่ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง ควรพามาตรวจเพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อน


อาการไอหรือสำลักในหมาไม่ใช่เรื่องเล็ก โดยเฉพาะถ้าเกิดบ่อยหรือเรื้อรัง
การแยกอาการให้ถูก สังเกตพฤติกรรม และไม่ปล่อยให้นานเกินไปคือหัวใจสำคัญ
เพราะหมาพูดไม่ได้ หน้าที่ของเราคือเข้าใจและดูแลเขาให้เร็วที่สุด

#หมาไอทำไงดี #สำลักในสุนัข #สุขภาพสุนัข #ไอเรื้อรังในหมา #LazadogCareTips


อยากรู้วิธีดูแลน้องหมาให้มีความสุขในทุกวัน?
ติดตามบทความน่ารักๆ แบบนี้ได้ที่ Lazadog.com/blog
หรือแชร์ประสบการณ์กับเราได้ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ

by Prasobsook Saisud – Founder Lazadog.com


Doglala - Social for Pet Lovers

Doglala – Social for Pet Lovers doglala.com

Recent Posts