รู้ 5 เรื่องสำคัญ เมื่อน้องแมวมีอาการแพ้ – เข้าใจสาเหตุและวิธีดูแลให้หายคันอย่างปลอดภัย (อัปเดท 2025)

Apr 11, 2025
การรับเลี้ยงและการดูแล
รู้ 5 เรื่องสำคัญ เมื่อน้องแมวมีอาการแพ้ – เข้าใจสาเหตุและวิธีดูแลให้หายคันอย่างปลอดภัย (อัปเดท 2025)

🐶 ไวรัลวันนี้! หมา-แมวไทย

ที่มา: Google News

รู้ 5 เรื่องสำคัญ เมื่อน้องแมวมีอาการแพ้ – เข้าใจสาเหตุและวิธีดูแลให้หายคันอย่างปลอดภัย

แมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่ดูเหมือนจะแข็งแรงและไม่ค่อยมีโรค
แต่เชื่อไหมครับว่า “อาการแพ้” เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในแมวบ้าน โดยเฉพาะแมวที่เลี้ยงในสภาพแวดล้อมแบบปิด
บางตัวมีอาการคัน ขนร่วง หรือเลียตัวจนเป็นแผล โดยที่เจ้าของไม่รู้ว่า “เป็นเพราะแพ้”

บทความนี้จะพาคุณมารู้ 5 ข้อสำคัญเกี่ยวกับ อาการแพ้ในแมว และวิธีดูแลให้น้องกลับมาสุขภาพดีอีกครั้ง


1. แมวก็แพ้ได้ – ไม่ว่าจะเป็นอาหาร แพ้ไรฝุ่น หรือแม้แต่เจ้าของ

อาการแพ้ในแมวมีหลายสาเหตุ บางครั้งมาจากสิ่งที่เราคาดไม่ถึง เช่น น้ำหอม หรือสารเคมีทำความสะอาด
แต่สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ อาหาร ไรฝุ่น เห็บหมัด และโปรตีนจากพืช

ประเภทของอาการแพ้ในแมว:

  • แพ้อาหาร (Food Allergy): มักเกิดจากโปรตีน เช่น เนื้อไก่ นม หรือปลา

  • แพ้จากสิ่งแวดล้อม (Environmental Allergy): เช่น เกสรดอกไม้ ไรฝุ่น เชื้อรา

  • แพ้น้ำลายหมัด (Flea Allergy): แค่หมัดกัดครั้งเดียวก็เกิดอาการได้

  • แพ้สัมผัส (Contact Allergy): จากแชมพู ผงซักฟอก หรือวัสดุในบ้าน

Fact: ข้อมูลจาก Cornell University ชี้ว่าแมว 10–15% มีโอกาสเกิดอาการแพ้ในช่วงชีวิต


2. อาการแพ้ในแมวดูไม่ยาก แต่อย่าคิดว่าแค่ "ขี้เกา"

อาการแพ้ในแมวไม่เหมือนกับหวัดหรือไข้
น้องอาจไม่มีน้ำมูกหรือจาม แต่จะแสดงออกผ่าน “พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป” และอาการทางผิวหนัง

สัญญาณเตือนว่าแมวอาจมีอาการแพ้:

  • เกาหูหรือเลียตัวบ่อยผิดปกติ

  • ขนร่วงเป็นหย่อมๆ หรือผิวหนังแดง

  • มีสะเก็ด หรือแผลเปื่อยตามผิวหนัง

  • ถ่ายเหลว หรืออาเจียนหลังทานอาหารบางชนิด

  • ซ่อนตัวหรือแสดงอาการหงุดหงิดง่าย

Tip: ถ้าอาการไม่หายภายใน 1 สัปดาห์ หรือเป็นซ้ำบ่อยๆ ควรพาไปพบสัตวแพทย์


3. หาสาเหตุให้เจอ คือกุญแจสำคัญในการรักษา

อาการแพ้ในแมวไม่มีการรักษาแบบตายตัว ต้องอาศัยการสังเกตและการวินิจฉัย
สิ่งที่สำคัญคือ “หาตัวกระตุ้นให้เจอ” แล้วค่อยหาทางหลีกเลี่ยงหรือปรับสภาพแวดล้อม

วิธีวินิจฉัยที่สัตวแพทย์อาจใช้:

  • การทดสอบอาหาร (Food Trial): ให้แมวกินอาหารสูตรพิเศษ 6–8 สัปดาห์

  • การทดสอบภูมิแพ้ (Intradermal Test): เจาะจุดใต้ผิวหนังเพื่อตรวจการตอบสนอง

  • การตรวจเลือด: เพื่อดูปฏิกิริยาทางภูมิคุ้มกัน

Fact: แมวที่แพ้โปรตีนไก่สามารถกลับมาแข็งแรงได้ 90% เมื่อเปลี่ยนไปกินสูตรไฮโดรไลซ์


4. มียาและอาหารเฉพาะทางช่วยบรรเทาอาการแพ้ในแมวได้

ถ้าน้องแมวมีอาการรุนแรง หรือเป็นซ้ำเรื้อรัง
สัตวแพทย์อาจแนะนำการใช้ยาเพื่อควบคุมอาการในระยะสั้น
พร้อมกับอาหารสูตรเฉพาะที่ช่วยลดอาการแพ้และเสริมภูมิคุ้มกัน

ตัวอย่างแนวทางการรักษา:

  • ยาแก้แพ้ (Antihistamine) เช่น Chlorpheniramine

  • ยาสเตียรอยด์: เช่น Prednisolone (ใช้ตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น)

  • อาหารสูตร Hypoallergenic: เช่น สูตรไฮโดรไลซ์โปรตีน

  • การอาบน้ำบรรเทาอาการ: ใช้แชมพูสูตรอ่อนโยนสำหรับแมวแพ้ง่าย

Tip: หลีกเลี่ยงการซื้อยามาใช้เอง เพราะอาจทำให้อาการแย่ลง


5. ป้องกันไว้ก่อน ช่วยให้แมวไม่กลับมาแพ้อีก

นอกจากรักษาเมื่อมีอาการแล้ว การป้องกันล่วงหน้าช่วยลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ
โดยเฉพาะแมวที่อยู่ในบ้านตลอด ควรใส่ใจเรื่องฝุ่น กลิ่น และอาหารให้เหมาะสมกับร่างกายของน้อง

วิธีดูแลแมวแพ้ง่ายแบบยั่งยืน:

  • เปลี่ยนมาใช้อาหารสูตรเฉพาะ

  • ใช้เครื่องฟอกอากาศและดูดฝุ่นสม่ำเสมอ

  • เลือกทรายแมวที่ไม่มีน้ำหอมหรือฝุ่นฟุ้ง

  • งดใช้น้ำยาทำความสะอาดแรงๆ บริเวณที่แมวเดินหรือกินอาหาร

  • ตรวจสุขภาพเป็นประจำปีละ 1–2 ครั้ง


อาการแพ้ในแมวไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะถ้าปล่อยไว้อาจลุกลามจนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของน้อง
การเข้าใจสาเหตุ คอยสังเกตพฤติกรรม และเลือกใช้ยา อาหาร และผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม
จะช่วยให้น้องแมวของคุณหายคัน หายเครียด และกลับมาใช้ชีวิตแบบน่ารักขี้อ้อนได้อีกครั้งครับ


#แมวแพ้อาหาร #แมวขนร่วง #ดูแลแมวแพ้ง่าย #อาหารแมวแพ้ง่าย #LazadogCareTips


อยากรู้วิธีดูแลน้องหมา&แมวให้มีความสุขในทุกวัน?
ติดตามบทความน่ารักๆ แบบนี้ได้ที่ Lazadog.com/blog
หรือแชร์ประสบการณ์กับเราได้ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ

by Prasobsook Saisud – Founder Lazadog.com


Doglala - Social for Pet Lovers

Doglala – Social for Pet Lovers doglala.com

Recent Posts