รู้ 5 เรื่องสำคัญ เมื่อสัตว์เลี้ยงเจอเหตุฉุกเฉิน – เจ้าของต้องไม่ตื่น แต่ต้อง “ทัน” (อัปเดท 2025)

Apr 11, 2025
healthy สุขภาพ
รู้ 5 เรื่องสำคัญ เมื่อสัตว์เลี้ยงเจอเหตุฉุกเฉิน – เจ้าของต้องไม่ตื่น แต่ต้อง “ทัน” (อัปเดท 2025)

🐶 ไวรัลวันนี้! หมา-แมวไทย

ที่มา: Google News

รู้ 5 เรื่องสำคัญ เมื่อสัตว์เลี้ยงเจอเหตุฉุกเฉิน – เจ้าของต้องไม่ตื่น แต่ต้อง “ทัน”

ไม่มีเจ้าของคนไหนอยากเจอสถานการณ์ฉุกเฉินกับน้องหมา น้องแมว
แต่ในชีวิตจริง อุบัติเหตุก็เกิดขึ้นได้ทุกวัน — จะลื่นล้ม กินของมีพิษ หายใจไม่ออก หรือถูกสัตว์อื่นกัด
สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ “ไม่ให้เกิดเลย” แต่คือ “รู้ว่าจะรับมือยังไง”

จากสถิติของ Pet Poison Helpline พบว่า การตัดสินใจที่ถูกต้องภายใน 30 นาทีแรกหลังเกิดเหตุ
สามารถช่วยชีวิตสัตว์เลี้ยงได้ถึง 75% โดยเฉพาะในกรณีเกี่ยวกับระบบหายใจ หัวใจ และการตกเลือด

บทความนี้จะพาคุณรู้จัก 5 เรื่องจำเป็นที่เจ้าของทุกคนควรรู้
เพื่อให้ “การรับมือเหตุฉุกเฉิน” กลายเป็นสิ่งที่คุณทำได้ “แบบไม่ตื่นตระหนก”


1. แยกแยะให้ได้ว่าอะไรคือ “เหตุฉุกเฉินจริง”

อาการบางอย่างอาจดูน่ากังวล แต่ไม่ได้แปลว่าเป็นภาวะฉุกเฉินเสมอไป
ตรงกันข้าม ถ้าคุณรอช้าในกรณีที่ควรรีบ อาจทำให้สถานการณ์แย่ลง

ตัวอย่างอาการที่ถือว่า “ฉุกเฉิน”:

  • หายใจติดขัด หอบ หรือหมดสติ

  • มีเลือดออกไม่หยุด

  • อาเจียนหรือท้องเสียรุนแรงต่อเนื่อง

  • กินของมีพิษ เช่น ยาฆ่าแมลง ช็อกโกแลต หัวหอม

  • ชัก หรืออาการเกร็งตัว

  • อุบัติเหตุที่มีบาดแผลเปิด หรือกระดูกหัก

Tip: ถ้าไม่แน่ใจ โทรสอบถามคลินิกสัตวแพทย์ก่อนตัดสินใจพาไปโรงพยาบาล


2. รู้พิกัด “คลินิกฉุกเฉิน” ที่เปิด 24 ชั่วโมงใกล้บ้านคุณ

ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทุกวินาทีมีค่า
อย่ารอให้ถึงเวลาค่อยเปิด Google หา!

สิ่งที่ควรเตรียมไว้ล่วงหน้า:

  • เบอร์ติดต่อและที่อยู่ของโรงพยาบาลสัตว์ 24 ชม. ใกล้บ้าน

  • เส้นทางการเดินทาง และจุดจอดรถ

  • เบอร์รถรับส่งสัตว์เลี้ยงฉุกเฉิน (บางพื้นที่มีบริการพิเศษ)

  • หากอยู่ต่างจังหวัด ควรทราบล่วงหน้าว่าโรงพยาบาลไหนมีเครื่องช่วยชีวิตหรือห้องไอซียู

Fact: เจ้าของสัตว์ที่รู้จักคลินิกฉุกเฉินใกล้บ้าน มีโอกาสพาสัตว์เลี้ยงถึงมือหมอเร็วขึ้นเฉลี่ย 35 นาที


3. มีกล่องปฐมพยาบาลสัตว์เลี้ยงไว้ติดบ้าน

เหมือนคนเป๊ะครับ เวลาบาดเจ็บเล็กน้อย ถ้าคุณมีชุดปฐมพยาบาลพื้นฐาน ก็ช่วยชีวิตได้มาก
โดยเฉพาะก่อนจะถึงมือสัตวแพทย์

ของที่ควรมีในชุดปฐมพยาบาล:

  • ผ้าก๊อซ แอลกอฮอล์ น้ำเกลือ

  • ปรอทวัดไข้สัตว์

  • ปากคีบ/กรรไกรปลายมน

  • ถ่านกัมมันต์ (ใช้กรณีสัตว์กินของมีพิษ — ต้องปรึกษาหมอก่อนให้)

  • เบอร์โทรฉุกเฉินของคลินิก

  • สมุดจดประวัติสุขภาพสัตว์เลี้ยง

Tip: ควรติดชื่อ-เบอร์โทรของคุณไว้กับกล่องนี้ เผื่อมีคนอื่นต้องใช้ช่วยน้องในเวลาฉุกเฉิน


4. การปั๊มหัวใจและช่วยหายใจเบื้องต้น (CPR) สำหรับสัตว์เลี้ยง

คุณไม่ต้องเป็นหมอ แต่สามารถเรียนรู้การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานได้
การทำ CPR สำหรับสัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งที่เจ้าของควรศึกษาไว้ โดยเฉพาะในบ้านที่มีหมาแมวสูงวัย

ขั้นตอนคร่าวๆ (เฉพาะเมื่อหมดสติ):

  1. ตรวจดูว่าไม่มีการหายใจหรือชีพจร

  2. เริ่มทำการนวดหัวใจ (100-120 ครั้งต่อนาที)

  3. เป่าปากให้อากาศเข้าจมูก

  4. ทำซ้ำทุก 2 นาที พร้อมพาไปโรงพยาบาล

Fact: อัตรารอดของสัตว์เลี้ยงที่ได้รับ CPR ทันที สูงขึ้นถึง 60% ในเคสหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน


5. ฝึก “ใจนิ่ง” ของคุณไว้เสมอ

ไม่ใช่ทุกเหตุฉุกเฉินที่ต้องทำอะไรเยอะ แต่อย่างหนึ่งที่ต้องทำแน่ๆ คือ “อย่าตกใจเกินไป”
เจ้าของที่ตั้งสติได้ดี คือเจ้าของที่ช่วยให้น้องปลอดภัยที่สุด

วิธีตั้งสติในสถานการณ์วิกฤต:

  • หายใจเข้า-ออกลึกๆ 3 ครั้ง

  • ประเมินสถานการณ์ก่อน

  • โทรหาสัตวแพทย์เพื่อฟังคำแนะนำ

  • อย่าตะโกนหรือลนลาน เพราะสัตว์จะยิ่งตื่นกลัว

Tip: ซ้อมสถานการณ์จำลอง เช่น “ถ้าหมากินช็อกโกแลต” หรือ “แมวหมดสติต้องทำยังไง” กับคนในบ้าน


“เหตุฉุกเฉิน” คือสิ่งที่ไม่มีใครอยากเจอ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว เจ้าของที่มีข้อมูล และเตรียมตัวมาอย่างดี
คือความหวังที่ดีที่สุดของสัตว์เลี้ยง

เพราะความรักนั้นสำคัญ แต่ความรู้ในเวลาวิกฤตสำคัญไม่แพ้กันเลยครับ


#ฉุกเฉินสัตว์เลี้ยงต้องรู้ #ปฐมพยาบาลสัตว์เลี้ยง #สัตว์เลี้ยงปลอดภัย #เจ้าของหมาแมวมือโปร #LazadogCareTips


อยากรู้วิธีดูแลน้องหมา&แมวให้มีความสุขในทุกวัน?
ติดตามบทความน่ารักๆ แบบนี้ได้ที่ Lazadog.com/blog
หรือแชร์ประสบการณ์กับเราได้ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ

by Prasobsook Saisud – Founder Lazadog.com


Doglala - Social for Pet Lovers

Doglala – Social for Pet Lovers doglala.com

Recent Posts