รู้ 5 เรื่องสำคัญ “วัคซีนม้า” ไม่ใช่แค่เรื่องของฟาร์มใหญ่ แต่ม้าทุกตัวควรได้ฉีด (อัปเดท 2025)

Apr 11, 2025
healthy สุขภาพ
รู้ 5 เรื่องสำคัญ “วัคซีนม้า” ไม่ใช่แค่เรื่องของฟาร์มใหญ่ แต่ม้าทุกตัวควรได้ฉีด (อัปเดท 2025)

🐶 ไวรัลวันนี้! หมา-แมวไทย

ที่มา: Google News

รู้ 5 เรื่องสำคัญ “วัคซีนม้า” ไม่ใช่แค่เรื่องของฟาร์มใหญ่ แต่ม้าทุกตัวควรได้ฉีด

ในสายตาหลายคน ม้าอาจดูแข็งแรงและทนทาน แต่จริงๆ แล้วม้าก็มีโรคเฉพาะสายพันธุ์ที่สามารถป้องกันได้ด้วยการ “ฉีดวัคซีน”
และไม่ว่าจะเป็นม้าแข่ง ม้าโชว์ หรือม้าเลี้ยงเล่นในฟาร์มส่วนตัว ต่างก็ต้องได้รับวัคซีนอย่างสม่ำเสมอเพื่อสุขภาพที่ดี

บทความนี้จะพาไปรู้จัก 5 เรื่องที่เจ้าของม้าควรรู้เกี่ยวกับวัคซีน
เพราะการฉีดวัคซีนที่ถูกต้องและตรงเวลา ช่วยประหยัดค่ารักษาและป้องกันโรคระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ


1. วัคซีนพื้นฐานที่ม้าทุกตัว “ควรได้รับ”

แม้จะไม่ได้เลี้ยงม้าแบบใช้งานหนัก แต่วัคซีนบางตัวก็จำเป็นสำหรับม้าทุกตัว
เช่น โรคบาดทะยัก (Tetanus) ที่ติดง่ายมากจากบาดแผลเล็กๆ

วัคซีนพื้นฐานที่ควรได้รับ:

  • วัคซีนบาดทะยัก (Tetanus Toxoid)

  • วัคซีนไข้สมองอักเสบจากยุง (EEE/WEE/VEE)

  • วัคซีนไข้หวัดม้า (Equine Influenza)

  • วัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies)

Fact: สถาบัน AAEP (American Association of Equine Practitioners) แนะนำให้ฉีดวัคซีนพื้นฐานแก่ลูกม้าตั้งแต่อายุ 4–6 เดือน


2. วัคซีนเสริม ขึ้นอยู่กับพื้นที่และการใช้งาน

ถ้าม้าของคุณเดินทางหรือเข้าร่วมกิจกรรมบ่อย เช่น แข่ง ขี่ท่องเที่ยว หรือแสดง
อาจต้องฉีดวัคซีนเพิ่มเติม เช่นวัคซีนป้องกันไวรัส EHV (Equine Herpesvirus)

ตัวอย่างวัคซีนเสริม:

  • EHV-1, EHV-4

  • วัคซีนโรค Leptospirosis

  • วัคซีนโรค Potomac Horse Fever

Tip: ปรึกษาสัตวแพทย์ในพื้นที่ เพราะภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมก็มีผลต่อความเสี่ยงของแต่ละโรค


3. อย่าลืม “วัคซีนบูสเตอร์” ประจำปี

การฉีดวัคซีนครั้งเดียวไม่ได้อยู่คุ้มตลอดชีวิต มักต้องมีการฉีดกระตุ้น (Booster)
โดยเฉพาะโรคที่แพร่ระบาดง่าย เช่น ไข้หวัดม้า

ตารางแนะนำ:

  • โรคไข้หวัดม้า: ทุก 6 เดือน

  • บาดทะยัก: ทุกปี

  • Rabies: ปีละครั้ง

  • โรคเฉพาะทาง: ตามคำแนะนำของสัตวแพทย์

Fact: การละเลยวัคซีนกระตุ้น อาจทำให้ภูมิคุ้มกันลดลงถึง 70% ภายในปีเดียว


4. วัคซีนที่ดี ต้องเก็บรักษาอย่างถูกวิธี

วัคซีนควรเก็บในอุณหภูมิ 2–8 องศาเซลเซียส และฉีดโดยสัตวแพทย์หรือผู้มีความรู้
ห้ามซื้อวัคซีนทางออนไลน์มาฉีดเองเด็ดขาด เพราะเสี่ยงต่อการฉีดผิดชนิดหรือเสื่อมสภาพ

ข้อควรระวัง:

  • ตรวจสอบวันหมดอายุทุกครั้ง

  • ใช้เข็มสะอาดและเปลี่ยนใหม่ทุกตัว

  • สังเกตอาการหลังฉีด เช่น บวมเฉพาะจุดหรือซึมผิดปกติ


5. การฉีดวัคซีนช่วยลด “ต้นทุนค่ารักษา” ได้อย่างมาก

การพาม้ารักษาเมื่อเจ็บป่วยรุนแรง อาจมีค่าใช้จ่ายหลักหมื่นถึงหลักแสน
ในขณะที่ค่าวัคซีนเพียงตัวละไม่กี่ร้อยถึงพันบาทเท่านั้น

ตัวอย่างเปรียบเทียบค่าใช้จ่าย:

  • ค่ารักษาโรคบาดทะยัก: 30,000–50,000 บาท

  • ค่าวัคซีนป้องกันบาดทะยัก: 300–500 บาท


วัคซีนไม่ใช่แค่เรื่องฟาร์มใหญ่ แต่ม้าเลี้ยงทุกตัวควรได้รับการป้องกัน
การวางแผนฉีดวัคซีนล่วงหน้า จะช่วยให้ม้าของคุณแข็งแรง ปลอดโรค และประหยัดค่ารักษาได้มหาศาล
และที่สำคัญ ช่วยลดความเสี่ยงของโรคระบาดในฟาร์มหรือชุมชนม้าโดยรวมได้อีกด้วยครับ


#วัคซีนม้า #ดูแลม้า #ม้าปลอดโรค #ฟาร์มม้าไทย #LazadogHorseCare


อยากรู้วิธีดูแลน้องหมา&แมวให้มีความสุขในทุกวัน?
ติดตามบทความน่ารักๆ แบบนี้ได้ที่ Lazadog.com/blog
หรือแชร์ประสบการณ์กับเราได้ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ

by Prasobsook Saisud – Founder Lazadog.com


Doglala - Social for Pet Lovers

Doglala – Social for Pet Lovers doglala.com

Recent Posts