รู้ 5 เรื่องสำคัญเกี่ยวกับ “โรคเบาหวานในแมว” ภัยเงียบที่เจ้าของไม่ควรมองข้าม (อัปเดท 2025)

Apr 11, 2025
healthy สุขภาพ
รู้ 5 เรื่องสำคัญเกี่ยวกับ “โรคเบาหวานในแมว” ภัยเงียบที่เจ้าของไม่ควรมองข้าม (อัปเดท 2025)

🐶 ไวรัลวันนี้! หมา-แมวไทย

ที่มา: Google News

รู้ 5 เรื่องสำคัญเกี่ยวกับ “โรคเบาหวานในแมว” ภัยเงียบที่เจ้าของไม่ควรมองข้าม

ถ้าคุณมีแมวที่เริ่มกินน้ำเยอะ กินเก่ง แต่น้ำหนักลดผิดปกติ
หรือแมวสูงวัยที่เริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปโดยไม่ทราบสาเหตุ
“โรคเบาหวานในแมว” อาจเป็นคำตอบที่คุณไม่อยากได้ยิน แต่ควรรู้ไว้ครับ

โรคเบาหวานไม่ได้เกิดแค่กับคน แต่เกิดกับแมวได้จริง โดยเฉพาะแมวที่มีน้ำหนักเกินหรือมีอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป
จากข้อมูลของ American Veterinary Medical Association พบว่า แมว 1 ใน 230 ตัวทั่วโลกมีภาวะเบาหวาน
และในไทย ตัวเลขก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเทรนด์แมวอ้วนที่น่ารักแต่ไม่ดีต่อสุขภาพ

วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักโรคนี้ให้ลึกขึ้น และเข้าใจสิ่งที่ควรสังเกตเพื่อช่วยให้น้องแมวมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดครับ


1. เบาหวานในแมวคืออะไร และเกิดจากอะไรได้บ้าง?

โรคเบาหวานในแมวคือภาวะที่ร่างกายผลิตอินซูลินไม่เพียงพอ หรือใช้ไม่ได้ผล
ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป ส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ

สาเหตุหลัก:

  • น้ำหนักเกินหรือแมวอ้วน

  • อายุ (มักพบในแมว 7 ปีขึ้นไป)

  • พันธุกรรมและสายพันธุ์ (เช่น พันธุ์เบอร์แมนและสยาม)

  • การกินอาหารที่มีน้ำตาลสูงหรือคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป

  • การใช้ยาสเตียรอยด์ในระยะยาว

Fact: แมวอ้วนมีโอกาสเป็นเบาหวานมากกว่าแมวปกติถึง 4 เท่า


2. สัญญาณเตือนที่เจ้าของควรรีบสังเกต

แมวไม่สามารถบอกได้ว่า “ไม่สบาย”
ดังนั้นเจ้าของต้องใส่ใจพฤติกรรมเล็กๆ ที่อาจเป็นสัญญาณเบื้องต้นของโรค

อาการที่พบบ่อย:

  • ปัสสาวะบ่อยและมาก

  • ดื่มน้ำเยอะกว่าปกติ

  • กินเยอะ แต่น้ำหนักลด

  • เหงือกแห้ง ขนไม่เงางาม

  • เดินเหมือนขาอ่อนแรง (neuropathy)

Tip: ถ้าแมวมีหลายอาการร่วมกัน ควรพาไปตรวจเลือดกับสัตวแพทย์ทันที


3. การวินิจฉัยต้องอาศัยการตรวจเลือด + ตรวจปัสสาวะ

การวินิจฉัยโรคเบาหวานในแมวไม่สามารถดูจากอาการอย่างเดียวได้
ต้องตรวจวัดระดับกลูโคสในเลือด และตรวจปัสสาวะเพื่อดูน้ำตาลที่รั่วออกมา

ขั้นตอนการวินิจฉัย:

  • ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (Fasting Blood Glucose)

  • ตรวจปัสสาวะว่ามีน้ำตาลปนหรือไม่

  • ในบางรายอาจใช้การวัดค่าฟรุกโตซามีน (Fructosamine) เพื่อดูระดับน้ำตาลสะสมในช่วง 1–2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

Fact: แมวบางตัวที่มี “เบาหวานชั่วคราว” อาจกลับมาเป็นปกติได้ หากควบคุมอาหารและน้ำหนักตั้งแต่แรก


4. การดูแลแมวเบาหวานต้องใช้ทั้งยา อาหาร และใจเย็นๆ ของเจ้าของ

แมวที่เป็นเบาหวานสามารถมีชีวิตปกติได้ ถ้าได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง
การรักษามักใช้การฉีดอินซูลินวันละ 1–2 ครั้ง ร่วมกับการปรับอาหารและพฤติกรรม

แนวทางการดูแล:

  • ฉีดอินซูลินตรงเวลา สม่ำเสมอ

  • ให้อาหารสูตรเฉพาะสำหรับแมวเบาหวาน (โปรตีนสูง ไขมันต่ำ คาร์โบไฮเดรตต่ำ)

  • หลีกเลี่ยงขนมหรืออาหารเสริมที่มีน้ำตาล

  • ตรวจเลือดตามนัด และติดตามระดับกลูโคสที่บ้านถ้าเป็นไปได้

Tip: เจ้าของที่เรียนรู้การตรวจระดับน้ำตาลเองที่บ้าน จะช่วยควบคุมโรคได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น


5. แมวเบาหวานไม่ใช่จุดจบ แต่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของ “ชีวิตที่ดีขึ้น”

แม้แมวจะเป็นเบาหวาน แต่ถ้าได้รับการดูแลอย่างดี จะมีอายุยืนยาวและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข
หลายเคสที่ควบคุมอาหารและน้ำหนักได้ดี สามารถหยุดใช้อินซูลินได้ด้วยซ้ำ

Fact: จากงานวิจัยในแคนาดา พบว่าแมวที่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมสามารถมีชีวิตอยู่ได้เฉลี่ย 3–5 ปี หลังจากวินิจฉัย


โรคเบาหวานในแมวไม่ใช่เรื่องไกลตัวอย่างที่หลายคนคิด
แต่ถ้าเรารู้ทัน ใส่ใจสัญญาณ และดูแลอย่างเหมาะสม น้องแมวของเราก็สามารถมีชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขได้
จำไว้นะครับว่า การป้องกันด้วยการควบคุมน้ำหนักและอาหาร ย่อมง่ายกว่าการรักษาในวันที่สายไป


#แมวเบาหวานดูแลได้ #รู้ทันเบาหวานแมว #ดูแลแมวสูงวัย #แมวสุขภาพดีเริ่มที่บ้าน #LazadogCareTips


อยากรู้วิธีดูแลน้องหมา&แมวให้มีความสุขในทุกวัน?
ติดตามบทความน่ารักๆ แบบนี้ได้ที่ Lazadog.com/blog
หรือแชร์ประสบการณ์กับเราได้ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ

by Prasobsook Saisud – Founder Lazadog.com


Doglala - Social for Pet Lovers

Doglala – Social for Pet Lovers doglala.com

Recent Posts