รู้ 5 เรื่องสำคัญ “เห็บหมัดแมว” ถ้าไม่จัดการให้ดี อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่!
สำหรับทาสแมวหลายคน อาจคิดว่าแมวเลี้ยงในบ้านไม่น่ามีเห็บหมัดได้
แต่ความจริงคือ เห็บหมัดสามารถตามเข้ามาในบ้านได้ง่ายกว่าที่คิด
และถ้าปล่อยไว้โดยไม่จัดการ อาจนำไปสู่โรคร้ายแรง เช่น โลหิตจางจากการกัด หรือพยาธิเม็ดเลือด
จากรายงานของ American Veterinary Medical Association (AVMA)
พบว่า 1 ใน 4 ของแมวบ้านที่ติดเห็บหมัด ไม่เคยออกนอกบ้านเลยแม้แต่ครั้งเดียว!
บทความนี้จะพาคุณมารู้ 5 เรื่องจำเป็นเกี่ยวกับการรักษาและป้องกันเห็บหมัดในแมว
แบบเข้าใจง่ายและใช้ได้จริงสำหรับเจ้าของชาวไทย
แม้หมัดจะมีขนาดเพียง 1–3 มิลลิเมตร แต่ผลกระทบต่อสุขภาพของแมวไม่เล็กเลย
โลหิตจาง: จากการเสียเลือดบ่อยโดยเฉพาะในลูกแมว
โรคพยาธิเม็ดเลือด: โดยเฉพาะในแมวที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
โรคผิวหนังจากการแพ้น้ำลายหมัด: ทำให้แมวเกา ขนร่วงเป็นหย่อม
แพร่พยาธิตัวตืด: ผ่านการกลืนหมัดที่มีตัวอ่อนพยาธิ
Fact: หมัด 1 ตัวสามารถวางไข่ได้มากถึง 50 ฟอง/วัน หากไม่จัดการต้นตออาจระบาดได้เร็วภายใน 1 สัปดาห์
ไม่ใช่ยาทุกตัวจะปลอดภัยสำหรับแมว
บางยาที่ใช้กับหมา หากนำมาใช้กับแมวอาจทำให้เสียชีวิตได้!
ยาหยดหลัง (Spot-on): ใช้ง่าย เห็นผลใน 24–48 ชม.
ยากินกำจัดหมัด: มักใช้เฉพาะในกรณีรุนแรงหรือแมวที่ไม่เลียตัว
ปลอกคอป้องกันหมัด: เหมาะกับแมวที่เลี้ยงกึ่งนอกบ้าน
แชมพูกำจัดหมัดแมว: ใช้เฉพาะแมวที่ยอมอาบน้ำได้
ยาพ่นและยาสเปรย์เฉพาะแมว
Tip: อ่านฉลากให้ดี ต้องระบุว่า “ใช้กับแมวเท่านั้น” เท่านั้น!
หมัดมักอาศัยในพรม เบาะ ผ้าม่าน และแม้แต่ซอกพื้นไม้
การกำจัดเฉพาะที่ตัวแมวอาจทำให้หมัดวนกลับมาอีกในไม่กี่วัน
ซักผ้าปูที่นอน เบาะนอนแมว ด้วยน้ำร้อน
ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดพรม เฟอร์นิเจอร์
ใช้สเปรย์กำจัดหมัดในพื้นที่ที่แมวเดินผ่านบ่อย
พิจารณาใช้น้ำยาฆ่าหมัดที่ปลอดภัยกับสัตว์ในพื้นที่บ้าน
Fact: 95% ของหมัดในบ้านอาศัยอยู่ใน “สิ่งแวดล้อม” ไม่ใช่ตัวแมว
การป้องกันเห็บหมัดไม่ใช่เรื่องครั้งเดียวจบ
เพราะหมัดมีวงจรชีวิตที่ยาวถึง 3 เดือน ต้องจัดการให้ครบวงจร
ให้ยาหยดหลังหรือใส่ปลอกคอทุกเดือน
หมั่นตรวจขนแมวเป็นประจำ โดยเฉพาะบริเวณคอ หลังหู และโคนหาง
ถ้าแมวออกนอกบ้านบ่อย ควรป้องกันทุก 30 วัน
ควรรักษา “ทั้งบ้านพร้อมกัน” ถ้ามีแมวหลายตัว
แมวบางตัวแพ้การกัดของหมัดขั้นรุนแรง หรืออาจได้รับพิษจากการใช้ยาผิดชนิด
หากมีอาการเหล่านี้ อย่ารอให้หายเอง
ขนร่วงเป็นหย่อม
เกาจนเลือดออก
มีแผลผิวหนัง
ซึม ไม่ยอมกินอาหาร
อาเจียน ท้องเสีย
Tip: เก็บตัวอย่างยาที่ใช้หรือถ่ายรูปฉลากไว้เผื่อหมอวินิจฉัย
การกำจัดเห็บหมัดแมวไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่ใช่แค่ความสะอาดภายนอก
แต่คือการดูแลสุขภาพทั้งระบบของน้องแมวอย่างรอบด้าน
เพราะน้องอาจไม่พูด แต่ร่างกายเขาบอกเราได้เสมอ หากเรารู้จักสังเกตและใส่ใจอย่างจริงจังครับ
#หมัดแมวกำจัดได้ #ป้องกันหมัดแมว #ทาสแมวต้องรู้ #สุขภาพแมวดีไม่มีเห็บ #LazadogCareTips
อยากรู้วิธีดูแลน้องหมา&แมวให้มีความสุขในทุกวัน?
ติดตามบทความน่ารักๆ แบบนี้ได้ที่ Lazadog.com/blog
หรือแชร์ประสบการณ์กับเราได้ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ
by Prasobsook Saisud – Founder Lazadog.com
Doglala – Social for Pet Lovers doglala.com