รู้ 5 เรื่องสำคัญ “เห็บหมัดแมว” ถ้าไม่จัดการให้ดี อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่! (อัปเดท 2025)

Apr 11, 2025
healthy สุขภาพ
รู้ 5 เรื่องสำคัญ “เห็บหมัดแมว” ถ้าไม่จัดการให้ดี อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่! (อัปเดท 2025)

🐶 ไวรัลวันนี้! หมา-แมวไทย

ที่มา: Google News

รู้ 5 เรื่องสำคัญ “เห็บหมัดแมว” ถ้าไม่จัดการให้ดี อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่!

สำหรับทาสแมวหลายคน อาจคิดว่าแมวเลี้ยงในบ้านไม่น่ามีเห็บหมัดได้
แต่ความจริงคือ เห็บหมัดสามารถตามเข้ามาในบ้านได้ง่ายกว่าที่คิด
และถ้าปล่อยไว้โดยไม่จัดการ อาจนำไปสู่โรคร้ายแรง เช่น โลหิตจางจากการกัด หรือพยาธิเม็ดเลือด

จากรายงานของ American Veterinary Medical Association (AVMA)
พบว่า 1 ใน 4 ของแมวบ้านที่ติดเห็บหมัด ไม่เคยออกนอกบ้านเลยแม้แต่ครั้งเดียว!

บทความนี้จะพาคุณมารู้ 5 เรื่องจำเป็นเกี่ยวกับการรักษาและป้องกันเห็บหมัดในแมว
แบบเข้าใจง่ายและใช้ได้จริงสำหรับเจ้าของชาวไทย


1. เห็บหมัดแมวไม่ใช่เรื่องจิ๋ว เพราะอาจพา “โรคใหญ่” มาได้

แม้หมัดจะมีขนาดเพียง 1–3 มิลลิเมตร แต่ผลกระทบต่อสุขภาพของแมวไม่เล็กเลย

โรคที่อาจเกิดจากเห็บหมัด:

  • โลหิตจาง: จากการเสียเลือดบ่อยโดยเฉพาะในลูกแมว

  • โรคพยาธิเม็ดเลือด: โดยเฉพาะในแมวที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ

  • โรคผิวหนังจากการแพ้น้ำลายหมัด: ทำให้แมวเกา ขนร่วงเป็นหย่อม

  • แพร่พยาธิตัวตืด: ผ่านการกลืนหมัดที่มีตัวอ่อนพยาธิ

Fact: หมัด 1 ตัวสามารถวางไข่ได้มากถึง 50 ฟอง/วัน หากไม่จัดการต้นตออาจระบาดได้เร็วภายใน 1 สัปดาห์


2. การรักษาและกำจัดเห็บหมัดมีหลายวิธี แต่ต้อง “เลือกให้เหมาะกับแมว”

ไม่ใช่ยาทุกตัวจะปลอดภัยสำหรับแมว
บางยาที่ใช้กับหมา หากนำมาใช้กับแมวอาจทำให้เสียชีวิตได้!

วิธีการรักษาที่ปลอดภัยสำหรับแมว:

  • ยาหยดหลัง (Spot-on): ใช้ง่าย เห็นผลใน 24–48 ชม.

  • ยากินกำจัดหมัด: มักใช้เฉพาะในกรณีรุนแรงหรือแมวที่ไม่เลียตัว

  • ปลอกคอป้องกันหมัด: เหมาะกับแมวที่เลี้ยงกึ่งนอกบ้าน

  • แชมพูกำจัดหมัดแมว: ใช้เฉพาะแมวที่ยอมอาบน้ำได้

  • ยาพ่นและยาสเปรย์เฉพาะแมว

Tip: อ่านฉลากให้ดี ต้องระบุว่า “ใช้กับแมวเท่านั้น” เท่านั้น!


3. กำจัดแค่ตัวแมวไม่พอ ต้องจัดการ “สิ่งแวดล้อม” ด้วย

หมัดมักอาศัยในพรม เบาะ ผ้าม่าน และแม้แต่ซอกพื้นไม้
การกำจัดเฉพาะที่ตัวแมวอาจทำให้หมัดวนกลับมาอีกในไม่กี่วัน

ควรทำความสะอาดอย่างไร:

  • ซักผ้าปูที่นอน เบาะนอนแมว ด้วยน้ำร้อน

  • ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดพรม เฟอร์นิเจอร์

  • ใช้สเปรย์กำจัดหมัดในพื้นที่ที่แมวเดินผ่านบ่อย

  • พิจารณาใช้น้ำยาฆ่าหมัดที่ปลอดภัยกับสัตว์ในพื้นที่บ้าน

Fact: 95% ของหมัดในบ้านอาศัยอยู่ใน “สิ่งแวดล้อม” ไม่ใช่ตัวแมว


4. ป้องกันดีกว่าแก้ ด้วยการ “ให้ยาสม่ำเสมอ”

การป้องกันเห็บหมัดไม่ใช่เรื่องครั้งเดียวจบ
เพราะหมัดมีวงจรชีวิตที่ยาวถึง 3 เดือน ต้องจัดการให้ครบวงจร

แผนป้องกันที่แนะนำ:

  • ให้ยาหยดหลังหรือใส่ปลอกคอทุกเดือน

  • หมั่นตรวจขนแมวเป็นประจำ โดยเฉพาะบริเวณคอ หลังหู และโคนหาง

  • ถ้าแมวออกนอกบ้านบ่อย ควรป้องกันทุก 30 วัน

  • ควรรักษา “ทั้งบ้านพร้อมกัน” ถ้ามีแมวหลายตัว


5. ถ้าแมวมีอาการผิดปกติ ควรพบสัตวแพทย์ทันที

แมวบางตัวแพ้การกัดของหมัดขั้นรุนแรง หรืออาจได้รับพิษจากการใช้ยาผิดชนิด
หากมีอาการเหล่านี้ อย่ารอให้หายเอง

สัญญาณที่ต้องพาไปหาหมอ:

  • ขนร่วงเป็นหย่อม

  • เกาจนเลือดออก

  • มีแผลผิวหนัง

  • ซึม ไม่ยอมกินอาหาร

  • อาเจียน ท้องเสีย

Tip: เก็บตัวอย่างยาที่ใช้หรือถ่ายรูปฉลากไว้เผื่อหมอวินิจฉัย


การกำจัดเห็บหมัดแมวไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่ใช่แค่ความสะอาดภายนอก
แต่คือการดูแลสุขภาพทั้งระบบของน้องแมวอย่างรอบด้าน
เพราะน้องอาจไม่พูด แต่ร่างกายเขาบอกเราได้เสมอ หากเรารู้จักสังเกตและใส่ใจอย่างจริงจังครับ


#หมัดแมวกำจัดได้ #ป้องกันหมัดแมว #ทาสแมวต้องรู้ #สุขภาพแมวดีไม่มีเห็บ #LazadogCareTips


อยากรู้วิธีดูแลน้องหมา&แมวให้มีความสุขในทุกวัน?
ติดตามบทความน่ารักๆ แบบนี้ได้ที่ Lazadog.com/blog
หรือแชร์ประสบการณ์กับเราได้ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ

by Prasobsook Saisud – Founder Lazadog.com


Doglala - Social for Pet Lovers

Doglala – Social for Pet Lovers doglala.com

Recent Posts