รู้ 5 เรื่องสำคัญ: โรคข้อเสื่อมในแมวที่เจ้าของต้องสังเกตให้ไว
คุณรู้หรือไม่ว่า แมวอายุมากกว่า 7 ปีขึ้นไปมีความเสี่ยงต่อ โรคข้อเสื่อม สูงกว่าที่คิด?
แม้แมวจะดูแข็งแรง วิ่งซน หรือกระโดดได้ดี แต่ในความเป็นจริง แมวหลายตัวเริ่มมีปัญหาข้อโดยที่เจ้าของไม่รู้ตัว เพราะแมวมักเก็บอาการ ไม่แสดงออกชัดเจนเหมือนหมา
วันนี้ผมจะพาไปเจาะลึก 5 เรื่องสำคัญเกี่ยวกับ “โรคข้อเสื่อมในแมว” ที่คนเลี้ยงแมวทุกคนควรรู้ไว้ครับ เพื่อให้น้องแมวของคุณใช้ชีวิตได้อย่างนุ่มนวลและไม่เจ็บปวด
หลายคนอาจคิดว่าโรคข้อเสื่อมเกิดขึ้นกับหมาเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง:
งานวิจัยจาก Journal of Feline Medicine and Surgery ปี 2011 ระบุว่า แมวที่มีอายุมากกว่า 12 ปี มากถึง 90% มีร่องรอยของข้อเสื่อมจากการเอกซเรย์
โดยเฉพาะแมวสูงอายุ พันธุ์ใหญ่ หรือแมวอ้วน ล้วนมีความเสี่ยงมากกว่าปกติ
อาการของโรคข้อเสื่อมในแมวอาจไม่ได้ชัดเจนแบบเดินกะเผลกหรือร้อง แต่จะเป็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เช่น:
กระโดดขึ้นที่สูงน้อยลง
ขี้เกียจเล่นหรือเคลื่อนไหวช้ากว่าปกติ
ขนบริเวณสะโพกหรือหลังดูยุ่งเหยิง เพราะเลียทำความสะอาดลำบาก
ใช้กระบะทรายยากขึ้น เพราะปีนขอบลำบาก
หากแมวของคุณเริ่มมีพฤติกรรมเหล่านี้ อย่าชะล่าใจครับ ควรปรึกษาสัตวแพทย์ทันที
แมวบางตัวอาจไม่แสดงอาการจนกว่าจะเจ็บหนัก สัตวแพทย์จึงใช้หลายวิธีร่วมกันในการวินิจฉัย เช่น:
ตรวจร่างกายและสังเกตการเคลื่อนไหว
ถามประวัติพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจากเจ้าของ
ใช้การเอกซเรย์หรือ CT Scan เพื่อดูการสึกของข้อกระดูก
อย่าลืมว่า ยิ่งพบเร็ว ยิ่งป้องกันความเจ็บปวดได้ดีกว่า
แม้โรคข้อเสื่อมจะรักษาให้หายขาดไม่ได้ แต่สามารถจัดการให้น้องแมวใช้ชีวิตได้ปกติ เช่น:
ใช้ยาแก้อักเสบเฉพาะสัตว์ภายใต้การควบคุมของสัตวแพทย์
เสริมอาหารบำรุงข้อ เช่น กลูโคซามีน หรือโอเมก้า-3
วางของเล่น หรือที่นอนในที่ที่ไม่ต้องกระโดดสูง
เลือกกระบะทรายแบบขอบเตี้ย เพื่อให้น้องเข้าออกสะดวก
แมวอ้วน = ข้อต้องแบกรับน้ำหนักมากขึ้น = เสี่ยงข้อเสื่อมเร็วขึ้น
การควบคุมน้ำหนักจึงเป็นการป้องกันและบรรเทาโรคข้อเสื่อมที่ดีที่สุด
จากการศึกษาของ Cornell University แมวที่ลดน้ำหนักลงเพียง 6% สามารถลดอาการเจ็บข้อและเคลื่อนไหวได้ดีขึ้นภายใน เดือนเดียว
โรคข้อเสื่อมในแมวเป็นเรื่องใกล้ตัวและมักซ่อนตัวอยู่เงียบๆ
เจ้าของที่ใส่ใจต้องสังเกตพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ที่เปลี่ยนไป และวางแผนดูแลอย่างเหมาะสม
ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมน้ำหนัก การจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการใช้ชีวิต หรือเสริมอาหารบำรุงข้ออย่างสม่ำเสมอ
แค่นี้น้องแมวของคุณก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดี และอยู่เป็นเพื่อนเราไปได้นานๆ ครับ
#ข้อเสื่อมในแมว #แมวสูงวัยต้องระวัง #ดูแลแมวอย่างมืออาชีพ #โภชนาการแมว #สุขภาพแมวกับLazadog
อยากรู้วิธีดูแลน้องหมา&แมวให้มีความสุขในทุกวัน?
ติดตามบทความน่ารักๆ แบบนี้ได้ที่ Lazadog.com/blog
หรือแชร์ประสบการณ์กับเราได้ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ
by Prasobsook Saisud – Founder Lazadog.com
Doglala – Social for Pet Lovers doglala.com