รวม 5 ข้อควรรู้ก่อนเลี้ยง “เจแปนนีส สปิตซ์” หมาขาวฟูสดใส ขี้อ้อน ฉลาด และเห่าแบบมีเหตุผล
ถ้าใครเคยเห็นหมาตัวขาวฟู หน้ายิ้ม ตากลมแจ่มใส กำลังวิ่งดึ๋งๆ พร้อมหางม้วนฟูพริ้วอยู่กลางสนาม
นั่นแหละครับ “Japanese Spitz (เจแปนนีส สปิตซ์)” หมาที่ไม่ใช่แค่หล่อ แต่ยังนิสัยดี ฉลาด ขี้เล่น และเข้ากับครอบครัวได้แทบทุกแบบ
ใครที่กำลังมองหาหมาขนฟูที่ไม่เยอะเกินไป ไม่เห่าเกินไป ไม่ตัวใหญ่เกินไป และไม่ดื้อเกินไป... หมาพันธุ์นี้อาจเป็นคำตอบที่คุณตามหาครับ
แต่ก่อนจะพาน้องเข้าบ้าน ลองมารู้จัก 5 ข้อควรรู้ก่อนเลี้ยงเจแปนนีส สปิตซ์ กันก่อน จะได้อยู่กันยาวๆ แบบแฮปปี้ทั้งคู่ครับ
เจแปนนีส สปิตซ์ เริ่มพัฒนาในช่วงปี 1920 ที่ญี่ปุ่น โดยมีการนำสุนัขพันธุ์สปิตซ์จากยุโรปมาผสมและปรับลักษณะให้เหมาะกับสภาพบ้านเมืองและความนิยมของคนญี่ปุ่น
ผลลัพธ์ที่ได้คือหมาขนาดกลางขนฟู หน้าตายิ้มง่าย นิสัยดี และเลี้ยงง่ายแบบ "หมาบ้านสุดเฟรนด์ลี่"
น้ำหนัก: 5–10 กก.
ความสูง: 30–38 ซม.
อายุเฉลี่ย: 12–14 ปี
ขน: สีขาวล้วน สองชั้น (ชั้นในนุ่ม ชั้นนอกพอง)
หาง: ม้วนฟูเหนือหลัง
ใบหน้า: ตากลม ดำ ขอบตาชัด ทำให้หน้าดูสดใสตลอดเวลา
ข้อมูลจาก FCI และ The Kennel Club (UK): สายพันธุ์นี้มีลักษณะใกล้เคียงกับ Samoyed และ American Eskimo แต่มีขนาดเล็กกว่า ดูแลง่ายกว่า และขี้เล่นพอๆ กัน
เจแปนนีส สปิตซ์ขึ้นชื่อว่าเป็นหมานิสัยดีมาก เห่าเมื่อจำเป็น ไม่ขี้โวยวาย แต่ก็ไม่เงียบจนเกินไป
เขาร่าเริง ฉลาด และพร้อมจะอยู่กับคุณทั้งวันแบบไม่เรื่องมาก
ขี้เล่นแบบสุภาพ เข้ากับเด็กได้ดี
ติดเจ้าของ แต่ไม่งอแง
ฉลาด เรียนรู้ไว ฝึกคำสั่งได้เร็ว
เห่าเฉพาะเวลามีเสียงหรือสิ่งแปลกปลอม
เคล็ดลับ: ฝึกคำสั่งพื้นฐานตั้งแต่ยังเด็ก เช่น “นั่ง”, “รอ”, “เงียบ” เพื่อให้เขาเป็นหมาที่สงบและควบคุมง่ายขึ้นในบ้าน
แม้จะดูเป็นหมาขนฟูที่ต้องเข้าร้านกรูมมิ่งบ่อยๆ แต่ความจริงแล้วขนของเจแปนนีส สปิตซ์นั้น ดูแลง่ายกว่าที่หลายคนเข้าใจ
ขนสองชั้นไม่พันกันง่าย และมีคุณสมบัติ “กันน้ำ” ระดับเบื้องต้น (เหมือนหมาพื้นบ้านฟูๆ บ้านเรา)
แปรงขน 2–3 ครั้ง/สัปดาห์ (ช่วงผลัดขนควรเพิ่มความถี่)
อาบน้ำทุก 4–6 สัปดาห์
ไม่ต้องโกนหรือตัดขน เพราะขนชั้นล่างมีบทบาทควบคุมอุณหภูมิ
เช็ดหู เล็บ และทำความสะอาดรอบดวงตาอย่างสม่ำเสมอ
อ้างอิงจาก The Spruce Pets: การแปรงขนสม่ำเสมอช่วยลดปัญหาขนร่วง และทำให้ขนขาวสะอาดเงางามขึ้น 30% ภายใน 2 สัปดาห์
เจแปนนีส สปิตซ์ไม่ใช่หมาพลังงานสูงแบบบอร์เดอร์คอลลี่ แต่ก็ไม่ใช่หมานอนทั้งวันแบบบูลด็อก
เขาต้องการกิจกรรมเพื่อใช้พลังและกระตุ้นสมองพอประมาณ
เดินเร็ววันละ 20–30 นาที
เล่นของเล่นดึง-โยน หรือวิ่งไล่ลูกบอล
เกมฝึกสมอง เช่น ซ่อนขนมหรือคลิกเกอร์เทรนนิ่ง
ไม่จำเป็นต้องพาออกนอกบ้านทุกวัน แต่ควรมีเวลาเล่นร่วมกัน
ข้อควรรู้: หมาพันธุ์นี้จะเบื่อง่ายถ้าไม่ได้รับความสนใจจากเจ้าของ และอาจเริ่มเห่าเพื่อเรียกร้องความสนใจ
โดยทั่วไป เจแปนนีส สปิตซ์มีสุขภาพแข็งแรง ไม่ค่อยเจอโรคพันธุกรรมร้ายแรง
แต่มีบางจุดที่เจ้าของควรใส่ใจ เช่น หินปูน ฟันผุ และ คราบน้ำตา เพราะดวงตาโตและสีขนที่ขาว
แปรงฟัน 3–4 ครั้ง/สัปดาห์ หรือใช้สเปรย์สำหรับสุนัข
เช็ดรอบตาทุกเช้า เพื่อลดคราบน้ำตา
ตรวจสุขภาพประจำปี และฉีดวัคซีนครบถ้วน
อาหารควรเน้นคุณภาพสูง มีโอเมก้า-3 เสริมขน
ข้อมูลจาก OFA (Orthopedic Foundation for Animals): เจแปนนีส สปิตซ์จัดอยู่ในกลุ่มที่มีปัญหาสุขภาพทางพันธุกรรมน้อยกว่า 5% ของตัวอย่างที่ศึกษา
Japanese Spitz (เจแปนนีส สปิตซ์) คือหมาขนาดกลางที่เต็มไปด้วยความสดใส ฉลาด ขี้เล่น และน่ารักแบบไม่ต้องพยายาม
เขาเหมาะกับครอบครัวทุกขนาด ตั้งแต่คนโสดยันบ้านที่มีเด็กเล็ก ขอแค่เจ้าของมีเวลาให้ มีใจให้ และไม่คาดหวังว่าหมาจะอยู่นิ่งเป็นตุ๊กตา
ถ้าคุณต้องการหมาฟูที่อยู่ด้วยแล้วหัวใจฟูตาม — เจแปนนีส สปิตซ์คือตัวเลือกที่คุณไม่ควรเลื่อนผ่านครับ
#เจแปนนีสสปิตซ์หมาฟูขาวใจดี #หมาขี้เล่นไม่ขี้เห่า #หมาขนาดกลางเหมาะกับครอบครัว #JapaneseSpitzหมานิสัยดีเลี้ยงง่าย #Lazadogสายพันธุ์หมา
อยากรู้วิธีดูแลน้องหมา&แมวให้มีความสุขในทุกวัน?
ติดตามบทความน่ารักๆ แบบนี้ได้ที่ Lazadog.com/blog
หรือแชร์ประสบการณ์กับเราได้ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ
by Prasobsook Saisud – Founder Lazadog.com
Doglala – Social for Pet Lovers doglala.com