เปิด 5 สถิติน่ารู้ก่อนตัดสินใจทำ “ประกันลูกหมา” คุ้มแค่ไหน เสี่ยงแค่ไหน และจริงๆ แล้วคนไทยคิดยังไงกันแน่
ลูกหมาใครๆ ก็รัก แต่น้อยคนจะรู้ว่า “ค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน” ที่อาจเกิดขึ้นกับลูกหมาตัวน้อยได้นั้น แรงพอจะสะเทือนเงินเดือนปลายเดือนคุณได้เลยทีเดียว
คำถามคือ — เราควรทำ “ประกันลูกหมา (Puppy Insurance)” ตั้งแต่ยังเล็กไหม? แล้วมันคุ้มค่าจริงหรือเปล่า?
ไม่ต้องเดาเองให้เหนื่อยครับ เพราะผมรวบรวม 5 สถิติน่ารู้ เกี่ยวกับประกันน้องหมา ที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจแบบมีข้อมูลในมือแน่นๆ พร้อมคำแนะนำและเคล็ดลับจากเจ้าของหมาแบบเข้าใจหัวอกคนเลี้ยงจริงๆ
จากรายงานของ Pet Insurance Review (สหรัฐฯ) และ PetSure (ออสเตรเลีย) ระบุว่า
เกือบ 78% ของเคลมประกันในหมาอายุต่ำกว่า 1 ปี มาจากอุบัติเหตุทั่วไป เช่น กินของแปลก ท้องเสีย กระดูกหัก หรือโรคติดต่อจากการเข้าสังคม
กรณีติดไวรัสลำไส้ในลูกหมา: 5,000–15,000 บาท
ผ่าตัดกระดูกเบื้องต้น: เริ่มต้น 25,000–60,000 บาท
แอดมิทค้างคืน + ให้น้ำเกลือ: วันละ 1,500–4,000 บาท
ข้อควรรู้: ลูกหมามีภูมิต้านทานต่ำและซุกซนเป็นพิเศษ ทำให้ความเสี่ยงเจ็บป่วยในวัยแรกเกิด–6 เดือน สูงที่สุดในช่วงชีวิต
บริษัทประกันในไทยหลายแห่ง เช่น FWD Pet, Roojai Pet หรือ Ooca Pet ให้แพ็คเกจสำหรับหมาอายุน้อยที่เริ่มต้นเพียง
350–800 บาท/เดือน แต่ให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 50,000–100,000 บาท/ปี
ค่ารักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วย
ค่ารักษาฉุกเฉินจากอุบัติเหตุ
ค่าทำหมัน (บางแผน)
ค่าชดเชยในกรณีหาย/เสียชีวิต (บางกรณี)
กลเม็ด: ถ้าทำตอนลูกหมาอายุยังไม่เกิน 3 เดือน มักได้เบี้ยราคาถูก และครอบคลุมกว่าสมัครตอนโต
จากการสำรวจของ PetCare Thailand (2566) พบว่า
เจ้าของหมาในไทย 68% ไม่เคยรู้ว่ามีประกันสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ
และในจำนวนที่รู้จัก มีเพียง 11% เท่านั้นที่ทำประกันให้หมาตั้งแต่วัยลูก
เข้าใจผิดว่าประกันสัตว์เลี้ยง “แพง”
คิดว่าไม่จำเป็นเพราะยังไม่เคยเจอเหตุการณ์ฉุกเฉิน
ไม่รู้ว่าจะเริ่มสมัครจากที่ไหน/บริษัทไหนดี
เคล็ดลับ: สมัครประกันผ่านแพลตฟอร์มที่รวมฟีเจอร์ดูแลสัตว์ เช่น แอปฯ Lazadog หรือ PetInsure จะสะดวกและได้คำแนะนำตรงจากผู้เชี่ยวชาญ
อ้างอิงจากงานวิจัยสัตวแพทย์จุฬาฯ (2564) พบว่า
ลูกหมาที่เลี้ยงในพื้นที่ปิด เช่น คอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ มีโอกาสติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น หวัด หลอดลมอักเสบ มากกว่าหมาที่เลี้ยงในบ้านเดี่ยวถึง 3 เท่า
ยาแก้ไอ + ยาปฏิชีวนะ: 800–2,000 บาท
การพ่นยาหรือให้ออกซิเจน: 1,500–4,500 บาท/ครั้ง
แอดมิท 1 คืน: 2,000–3,500 บาท
ข้อควรรู้: การมีประกันสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้มาก และบางแผนยังครอบคลุมการตรวจสุขภาพประจำปีด้วย
เพราะเจ้าของเริ่มใส่ใจเรื่องการดูแลสุขภาพน้องหมาตั้งแต่ยังเล็ก เช่น ฉีดวัคซีนให้ครบ หมั่นตรวจสุขภาพ และหลีกเลี่ยงกิจกรรมเสี่ยง
ส่งผลให้สถิติเคลมประกันในปีที่ 2–3 ลดลงอย่างชัดเจน
ข้อมูลจาก PetSure Australia: เจ้าของที่ทำประกันมักพาหมาหาหมอเร็วและบ่อยขึ้น ส่งผลให้มีโอกาสเจอโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและรักษาหายไวกว่า
เทคนิค: ใช้แอปบันทึกสุขภาพน้องหมา เช่น Lazadog Health Tracker เพื่อเช็กพฤติกรรมผิดปกติและบันทึกการใช้สิทธิ์ประกันแบบเรียลไทม์
“ประกันลูกหมา” ไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่คือการลงทุนในสุขภาพและความสบายใจของทั้งน้องหมาและเจ้าของ
โดยเฉพาะในช่วง 6–12 เดือนแรกที่ความเสี่ยงเกิดขึ้นได้ทุกวัน การมีประกันไว้จะช่วยให้คุณจัดการเหตุฉุกเฉินได้แบบไม่ต้องคิดหนัก
ลองถามตัวเองว่า “ถ้าน้องหมาป่วยหนักวันนี้ คุณพร้อมจ่ายไหม?”
ถ้าคำตอบคือ “ยังไม่แน่ใจ” — ประกันลูกหมาคือคำตอบที่ดีที่สุดครับ
#ประกันลูกหมาคุ้มจริงไม่จกตา #สถิติสัตว์เลี้ยงที่คุณควรรู้ #หมาน้อยสุขภาพดีเจ้าของก็แฮปปี้ #ประกันสัตว์เลี้ยงในไทย #Lazadogดูแลครบจบทุกเรื่องหมาแมว
อยากรู้วิธีดูแลน้องหมา&แมวให้มีความสุขในทุกวัน?
ติดตามบทความน่ารักๆ แบบนี้ได้ที่ Lazadog.com/blog
หรือแชร์ประสบการณ์กับเราได้ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ
by Prasobsook Saisud – Founder Lazadog.com
Doglala – Social for Pet Lovers doglala.com