5 เรื่องที่คุณควรรู้ เมื่อ “น้องหมาเป็นโรคกระเพาะ” – อาเจียน ถ่ายเหลว อย่าชะล่าใจ (อัปเดท 2025)

Apr 11, 2025
การรับเลี้ยงและการดูแล
5 เรื่องที่คุณควรรู้ เมื่อ “น้องหมาเป็นโรคกระเพาะ” – อาเจียน ถ่ายเหลว อย่าชะล่าใจ (อัปเดท 2025)

🐶 ไวรัลวันนี้! หมา-แมวไทย

ที่มา: Google News

5 เรื่องที่คุณควรรู้ เมื่อ “น้องหมาเป็นโรคกระเพาะ” – อาเจียน ถ่ายเหลว อย่าชะล่าใจ

ถ้าอยู่ดีๆ น้องหมาที่บ้านอาเจียนบ่อย ไม่กินข้าว เดินซึม หรือท้องร้องเสียงดังผิดปกติ
นั่นอาจไม่ใช่แค่อาหารไม่ย่อยครับ…แต่อาจเป็น “โรคกระเพาะในสุนัข” หรือที่ในทางสัตวแพทย์เรียกว่า “Gastritis”

แม้จะฟังดูเหมือนโรคเบาๆ แต่ถ้าไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจลุกลามจนถึงขั้นขาดน้ำ หรือกระเพาะอักเสบรุนแรงได้

วันนี้ผมจะพาคุณมาทำความรู้จักกับ 5 เรื่องสำคัญเกี่ยวกับโรคกระเพาะในสุนัข
เพื่อให้คุณรู้ทัน ดูแลถูก และป้องกันได้ก่อนน้องหมาต้องเข้าโรงพยาบาลครับ


1. โรคกระเพาะในหมา เกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ใช่แค่ “กินผิดเวลา”

โรคกระเพาะในหมา (Gastritis) หมายถึง ภาวะที่เยื่อบุกระเพาะอาหารอักเสบ
โดยแบ่งเป็น 2 แบบหลักๆ คือ “เฉียบพลัน” และ “เรื้อรัง” ซึ่งมีสาเหตุหลากหลายมาก

สาเหตุที่พบบ่อย:

  • กินอาหารเน่าเสีย หรืออาหารมนุษย์ที่หมากินไม่ได้

  • กลืนสิ่งแปลกปลอม เช่น พลาสติก, กระดูก, ของเล่น

  • แพ้อาหารบางชนิด หรือเปลี่ยนอาหารเร็วเกินไป

  • การติดเชื้อแบคทีเรีย/ไวรัส หรือพยาธิ

  • ผลข้างเคียงจากยา เช่น NSAIDs หรือยาฆ่าแมลง

Fact: จากรายงานของ Veterinary Practice News สุนัขกว่า 20% ที่มาหาหมาด้วยอาการอาเจียน มีสาเหตุมาจากภาวะกระเพาะอักเสบเฉียบพลัน


2. สัญญาณที่ต้องระวัง – ถ้าน้องหมาเริ่ม “อาเจียน ซึม ไม่แตะอาหาร”

อาการของโรคกระเพาะในหมาอาจเริ่มเบาๆ แต่ชัดเจนเมื่อคุณสังเกตดีๆ
สิ่งสำคัญคือต้องแยกอาการทั่วไปกับภาวะที่อาจรุนแรงได้ในเวลาอันสั้น

อาการที่ควรสังเกต:

  • อาเจียนบ่อย อาเจียนน้ำดี หรืออาเจียนมีเลือด

  • เบื่ออาหาร กินน้อยลง หรือไม่กินเลย

  • น้ำหนักลด ซูบผอม

  • ขับถ่ายผิดปกติ เช่น ท้องเสีย หรือมีมูกเลือด

  • เดินซึม หน้าหมอง หรือดูไม่ร่าเริงเหมือนเดิม

Tip: ถ้าน้องอาเจียนเกิน 2–3 ครั้งใน 24 ชั่วโมง ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที


3. วิธีรักษาเบื้องต้น ขึ้นอยู่กับ “ต้นเหตุ” ไม่ใช่แค่อาการ

การรักษาโรคกระเพาะในหมาไม่ได้ใช้ยาอย่างเดียว แต่ต้องหาสาเหตุที่แท้จริง
สัตวแพทย์จะตรวจร่างกาย อาจมีการ X-ray, ตรวจเลือด หรืออัลตราซาวด์ร่วมด้วย

แนวทางการรักษาที่พบบ่อย:

  • งดอาหาร 12–24 ชั่วโมง แล้วเริ่มให้อาหารอ่อน เช่น ข้าวต้มไก่

  • ให้ยาลดกรด เช่น famotidine หรือ omeprazole

  • ยาแก้อาเจียน หรือยาปรับลำไส้

  • ให้น้ำเกลือหากมีภาวะขาดน้ำ

  • ถ้ามีสิ่งแปลกปลอมในกระเพาะ อาจต้องผ่าตัด

Fact: หมาที่ได้รับการรักษาทันเวลา มีอัตราฟื้นตัวถึง 90% ภายใน 2–5 วัน


4. การดูแลที่บ้าน สำคัญไม่แพ้การรักษาที่คลินิก

หลังพาน้องหมากลับบ้านจากคลินิก คุณจะต้องดูแลต่อเนื่องให้ถูกวิธี
เพื่อป้องกันอาการกำเริบ และช่วยให้ระบบย่อยกลับมาปกติเร็วขึ้น

การดูแลเบื้องต้นที่บ้าน:

  • ให้อาหารอ่อน ย่อยง่าย ในปริมาณน้อยแต่บ่อย

  • อย่าให้ขนมหรืออาหารมนุษย์เด็ดขาด

  • แบ่งอาหารเป็นมื้อเล็กๆ วันละ 3–4 มื้อ

  • จำกัดการเคลื่อนไหวในช่วงฟื้นตัว

  • จดบันทึกอาการ เช่น เวลาอาเจียน ปริมาณอาหารที่กิน

Tip: หากน้องดีขึ้นแล้วอยากเปลี่ยนกลับไปกินอาหารปกติ ควรใช้เวลาค่อยๆ ปรับสูตรในช่วง 5–7 วัน


5. ป้องกันได้ง่าย แค่ใส่ใจเรื่องอาหารและพฤติกรรมประจำวัน

โรคกระเพาะในหมาส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการกิน หรือสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวัน
การป้องกันจึงทำได้ง่ายๆ เพียงแค่คุณใส่ใจในรายละเอียด

วิธีป้องกันโรคกระเพาะในหมา:

  • เลือกอาหารคุณภาพดี ย่อยง่าย เหมาะกับวัย

  • อย่าให้กินเร็วเกินไป หรือแบ่งอาหารเป็นมื้อ

  • ไม่ปล่อยให้น้องคุ้ยถังขยะหรือกินของตกพื้น

  • ใช้ชามกันกลืนเร็ว สำหรับหมาที่กินไว

  • ไม่เปลี่ยนอาหารแบบทันที ควรค่อยๆ ผสมสูตรใหม่

Fact: หมาที่กินอาหารเร็ว มีโอกาสเป็นโรคทางเดินอาหารสูงกว่าหมาปกติถึง 3 เท่า


โรคกระเพาะในหมาไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่อยู่ในกลุ่ม “ป้องกันได้ง่าย” และ “รักษาได้ไว” ถ้ารู้เท่าทัน
แค่คุณสังเกตพฤติกรรมให้ดี ใส่ใจเรื่องอาหาร และไม่ปล่อยให้น้องกินของไม่ควร
น้องหมาก็จะมีสุขภาพดี ระบบย่อยแข็งแรง และไม่ต้องเจ็บตัวให้คุณต้องพาไปหาหมอบ่อยครับ


#โรคกระเพาะในหมา #อาเจียนหมา #หมาไม่กินข้าว #ดูแลสุขภาพหมา #LazadogCareTips


อยากรู้วิธีดูแลน้องหมาให้มีความสุขในทุกวัน?
ติดตามบทความน่ารักๆ แบบนี้ได้ที่ Lazadog.com/blog
หรือแชร์ประสบการณ์กับเราได้ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ

by Prasobsook Saisud – Founder Lazadog.com


Doglala - Social for Pet Lovers

Doglala – Social for Pet Lovers doglala.com

Recent Posts