5 เรื่องที่คุณควรรู้ เมื่อ “น้องหมามีพฤติกรรมไม่น่ารัก” ปัญหาพบได้บ่อย และวิธีจัดการอย่างเข้าใจ
ไม่ว่าจะเป็นหมาพันธุ์อะไร วัยไหน หรือเลี้ยงในบ้านแบบไหน
เชื่อไหมครับว่า “พฤติกรรมไม่พึงประสงค์” สามารถเกิดได้กับหมาทุกตัว
และเจ้าของหลายคนก็เคยเจอเหมือนกัน เช่น เห่าทั้งวัน กัดรองเท้า ทำลายของ หรือแม้แต่ก้าวร้าวใส่คนในบ้าน
แต่ข่าวดีคือ…พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่แก้ไม่ได้
เพียงแค่เราต้องเข้าใจ “ต้นเหตุ” และเรียนรู้วิธีรับมืออย่างถูกต้อง
วันนี้ผมจะพาคุณมารู้จัก 5 พฤติกรรมปัญหาที่พบบ่อยในน้องหมา
พร้อมแนวทางการปรับพฤติกรรมแบบเข้าใจง่าย ใช้ได้จริง และที่สำคัญคือ “ไม่ต้องใช้ความรุนแรง” ครับ
การเห่าคือการสื่อสารของหมา แต่ถ้าเห่าทั้งวัน เห่าเสียงดังตลอดเวลา อาจรบกวนคนในบ้านหรือเพื่อนบ้านได้
ต้องการเรียกร้องความสนใจ
เบื่อ ไม่มีของเล่น หรือไม่ได้เดินเล่น
รู้สึกกลัว หรือไม่มั่นคง
ได้ยินเสียงแปลก ๆ
เป็นนิสัยตามพันธุกรรม เช่น ปอมเมอเรเนียน ชิวาวา
เดินเล่นให้พอทุกวัน
ใช้ของเล่นไขปริศนา (Puzzle Toys) ให้เขาโฟกัส
ฝึกคำสั่ง “เงียบ” และให้รางวัล
หลีกเลี่ยงการตอบสนองเมื่อน้องเห่าเรียกร้อง
Fact: จากผลสำรวจของ ASPCA (2022) ระบุว่า เจ้าของสุนัขกว่า 35% มองว่า “เสียงเห่า” เป็นพฤติกรรมที่รบกวนมากที่สุด
รองเท้าแสนรัก โซฟาตัวใหม่ หรือสายชาร์จ iPhone…
กลายเป็นของเล่นสุดมันของน้องหมาในพริบตา
อยู่ในวัยเปลี่ยนฟัน (3–6 เดือน)
เบื่อ ไม่มีของเล่น
เครียด หรืออยู่ลำพังนานเกินไป
ไม่เคยถูกฝึกให้แยก “ของที่กัดได้” กับ “ของที่กัดไม่ได้”
ให้ของเล่นเคี้ยวได้หลายแบบ (เปลี่ยนบ่อย)
กำหนดโซนเล่นของอย่างชัดเจน
ใช้สเปรย์ขมฉีดของที่ไม่อยากให้กัด
ไม่ควรดุหรือทำโทษเมื่อ “หลังเหตุการณ์แล้ว”
Tip: เลือกของเล่นกัดที่ปลอดภัย ขนาดเหมาะสม และไม่มีชิ้นเล็กหลุดง่าย
หมาบางตัวอาจมีนิสัยไม่ชอบคนแปลกหน้า หรือหมาตัวอื่น
ซึ่งอาจสร้างปัญหาเวลาออกไปเดินเล่นหรือพบแขกที่บ้าน
ไม่เคยเข้าสังคมตั้งแต่ยังเล็ก
เคยมีประสบการณ์ลบกับคนหรือสัตว์
รู้สึกหวงเจ้าของ หรือหวงของเล่น
ปัญหาสุขภาพ เช่น ปวดฟัน ข้อเสื่อม
ฝึกการเข้าสังคมด้วยการเริ่มจากระยะห่างก่อน
ใช้สายจูงควบคุม และให้รางวัลเมื่ออยู่สงบ
ให้หมาได้ใช้พลังงานผ่านการวิ่งหรือ Agility
ปรึกษาครูฝึกมืออาชีพหากมีแนวโน้มรุนแรง
Fact: งานวิจัยจาก Journal of Veterinary Behavior พบว่า สุนัขที่ไม่ได้เข้าสังคมในช่วง 3 เดือนแรกของชีวิต มีโอกาสแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวมากกว่า 3 เท่า
หมาบางตัวแม้โตแล้วก็ยังมีปัญหาเรื่องขับถ่ายผิดที่ผิดทาง
โดยเฉพาะเวลาเปลี่ยนบ้าน หรือมีสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลง
ยังไม่ได้รับการฝึกขับถ่ายอย่างเป็นระบบ
เกิดความเครียด (มีสมาชิกใหม่, เสียงดัง, ย้ายบ้าน)
ปัญหาสุขภาพ เช่น ปัสสาวะอักเสบ
ขาดการชมเชยเมื่อน้องทำถูก
ใช้เวลาและความสม่ำเสมอ ฝึกเข้าห้องน้ำเดิมทุกวัน
ใช้แผ่นฝึกขับถ่าย หรือกรวดแมวในถาด
ชมเชยทันทีเมื่อน้องทำถูกที่
หลีกเลี่ยงการทำโทษแรงๆ เพราะยิ่งทำให้กลัว
Tip: ถ้าฝึกแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรพาน้องไปตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์ก่อน
พอคุณออกจากบ้าน น้องเริ่มครวญคราง เห่า ทำลายข้าวของ หรือแม้แต่ขับถ่ายผิดที่
นี่อาจไม่ใช่แค่อ้อน แต่คืออาการ “Separation Anxiety” ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด
แสดงอาการเครียดทันทีที่เห็นเจ้าของเตรียมออกจากบ้าน
ข่วนประตู เห่า หรือกัดของตอนอยู่ลำพัง
ขับถ่ายทันทีที่คุณหายไป
ตามติดคุณตลอดเวลาแม้อยู่ในบ้าน
ฝึกให้น้องอยู่ลำพังทีละน้อย
ให้ของเล่นไขปริศนา/กระดูกเคี้ยวขณะคุณไม่อยู่
อย่าอำลาแบบดราม่าเกินไป
พาน้องไปเดินเล่นก่อนคุณออกจากบ้าน เพื่อให้เหนื่อยและสงบ
Fact: มีสุนัขถึง 20–40% ที่เคยแสดงอาการ Separation Anxiety ระดับหนึ่งในช่วงชีวิต (อ้างอิงจาก American Kennel Club)
พฤติกรรมไม่น่ารักของน้องหมา ไม่ใช่เพราะเขา “ดื้อ” หรือ “เอาแต่ใจ”
แต่หลายครั้งเป็นเพราะเขายังไม่เข้าใจว่าอะไรถูกหรือผิด หรือเกิดจากสภาพแวดล้อมที่เราปรับได้
แค่คุณเปิดใจ เรียนรู้ และใช้วิธีที่อิงกับความเข้าใจมากกว่าการลงโทษ
ทุกพฤติกรรมก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ และคุณจะยิ่งผูกพันกับน้องหมามากขึ้นอีกหลายเท่า
#พฤติกรรมหมา #หมากัดของ #หมาเห่าเยอะ #ฝึกหมาแบบเข้าใจ #LazadogCareTips
อยากรู้วิธีดูแลน้องหมาให้มีความสุขในทุกวัน?
ติดตามบทความน่ารักๆ แบบนี้ได้ที่ Lazadog.com/blog
หรือแชร์ประสบการณ์กับเราได้ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ
by Prasobsook Saisud – Founder Lazadog.com
Doglala – Social for Pet Lovers doglala.com