รวม 5 ข้อควรรู้ก่อนเลี้ยง “ชินุก” หมาลากเลื่อนผู้ใจดี ขนแน่นแต่หัวใจอบอุ่นยิ่งกว่าอากาศติดลบ
ถ้าคุณเบื่อหมาสายพันธุ์ยอดนิยมที่เจอในทุกหมู่บ้าน และอยากได้สุนัขที่ทั้งเท่ ทั้งหายาก และมีเรื่องราวระดับสารคดี
ขอแนะนำให้รู้จักกับ Chinook (ชินุก) หมาลากเลื่อนสายพันธุ์อเมริกันที่ทั้งแข็งแกร่ง ฉลาด สุภาพ และรักครอบครัวอย่างลึกซึ้ง
ชินุกเป็นสายพันธุ์ที่หลายคนในไทยยังไม่คุ้นชื่อ แต่ถ้าคุณเป็นสายลุยใจดี ที่อยากได้เพื่อนร่วมทางแบบ “แมนๆ คุยกันรู้เรื่อง” ชินุกอาจกลายเป็นหมาในดวงใจของคุณได้เลย
Chinook ถูกพัฒนาขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดย Arthur Treadwell Walden นักสำรวจและนักลากเลื่อนผู้ต้องการ “หมาที่แข็งแกร่งแบบอัลาสกัน ฮัสกี้ แต่มีนิสัยใจดีแบบหมาบ้าน”
น้ำหนักเฉลี่ย: 25–40 กิโลกรัม
ความสูงเฉลี่ย: 55–70 เซนติเมตร
อายุเฉลี่ย: 12–15 ปี
สีขน: ทองอ่อนถึงทองเข้ม (Tawny)
ขนหนาสองชั้น หน้าคล้ายหมาป่าผสมลาบราดอร์
ข้อมูลจาก United Kennel Club (UKC): Chinook ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ “Working Group” และถือเป็นสมบัติของรัฐนิวแฮมป์เชียร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา
แม้หน้าจะดูเหมือนหมานักผจญภัยระดับตำนาน แต่จริงๆ แล้ว Chinook มีนิสัย “เฟรนด์ลี่กับคนแปลกหน้า และใจดีสุดๆ กับเด็ก”
เขาเป็นหมาที่ใจเย็น ไม่หือไม่อือ ถ้าไม่จำเป็น และพร้อมจะอยู่ข้างคุณเสมอ (ยกเว้นตอนคุณจะกินไก่ย่างคนเดียว)
สุภาพกับคนและสัตว์อื่น แต่ไม่ยอมให้ใครรังแก
ไม่ใช่หมาเห่าเก่ง (แต่เห่าแล้วมีเรื่องนะครับ)
ฉลาด เรียนรู้เร็ว รับคำสั่งดี
ชอบทำงานร่วมกับคน เช่น เดินป่า ลากของ หรือช่วยเฝ้าบ้านเบาๆ
เคล็ดลับ: ถ้าคุณต้องการหมาที่ “ไม่ต้องสั่งมากแต่ทำตามได้ดี” Chinook คือตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม
ชินุกเป็นหมาสาย “ลากเลื่อน” ฉะนั้นถ้าคุณเลี้ยงไว้เฉยๆ ไม่มีพาเดิน ไม่มีให้เล่น ไม่มีอะไรทำ... เตรียมตัวพบกับพฤติกรรมซนระดับแอบเปิดประตูเองหรือขุดสนามไว้ฝังของเล่น
เดินเร็วหรือวิ่งวันละ 45–60 นาที
เกมลากของ หรือฝึกคำสั่งที่ใช้แรง เช่น ช่วยหิ้วของ
การพาไปเดินป่า วิ่งขึ้นเขา หรือเล่นน้ำ
ควรมีสวนหรือพื้นที่ให้วิ่งเล่นอิสระ
แหล่งอ้างอิงจาก The Spruce Pets: Chinook ต้องการทั้งการออกกำลังกายและการกระตุ้นสมอง เพื่อไม่ให้เกิดพฤติกรรมทำลายข้าวของจากความเบื่อ
ด้วยขนสองชั้นแบบแน่นๆ หลายคนอาจกังวลว่าเลี้ยงในไทยจะโอเคไหม? คำตอบคือ...ได้ครับ แต่คุณต้องมีเทคนิค
เพราะถึงจะเป็นหมาลากเลื่อน แต่ถ้าได้รับการดูแลดี เขาก็สามารถปรับตัวกับอากาศร้อนได้ระดับหนึ่ง
แปรงขน 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ ช่วงผลัดขนเพิ่มเป็นทุกวัน
อาบน้ำเดือนละครั้งหรือเมื่อจำเป็น
ห้ามโกนขน เพราะขนช่วยกันแดดและควบคุมอุณหภูมิ
จัดพื้นที่นอนเย็น เช่น ห้องแอร์ หรือบริเวณลมผ่าน
ข้อควรรู้: ถ้าเลี้ยงในพื้นที่ร้อน ชินุกควรพักกลางวันในที่ร่ม และออกกำลังกายช่วงเช้าหรือเย็นเท่านั้น
เนื่องจาก Chinook เป็นสายพันธุ์หายากมาก (เคยมีช่วงหนึ่งทั่วโลกเหลือไม่ถึง 150 ตัว) ความหลากหลายทางพันธุกรรมจึงต่ำ
แม้จะไม่มีโรคพันธุกรรมเด่นชัด แต่ก็ต้องดูแลเชิงป้องกันอย่างใกล้ชิด
ตรวจข้อสะโพก (Hip Dysplasia) ตั้งแต่อายุ 12 เดือนขึ้นไป
ควบคุมน้ำหนัก เพราะอ้วนง่ายถ้าไม่ได้ออกกำลังกาย
หมั่นตรวจหู ตา และฟัน
ตรวจสุขภาพประจำปีและฉีดวัคซีนตามกำหนด
ข้อมูลจาก Chinook Owners Association: การเลี้ยงในเมืองควรให้มีพื้นที่หรือกิจกรรมอย่างน้อย 60 นาที/วัน และไม่ควรปล่อยให้อยู่นิ่งนานเกิน 6 ชม.
Chinook คือหมาที่ “หายากแบบมีคลาส” – ทั้งนิสัยดี หน้าหล่อ ขนแน่น และรักครอบครัวสุดหัวใจ
เหมาะกับเจ้าของที่มีเวลาให้เดินเล่น มีพื้นที่ให้วิ่ง และมีใจให้หมาที่ไม่ใช่สายแฟ แต่เป็นสาย “แฟนพันธุ์แท้”
ถ้าคุณพร้อมจะดูแลหมาใจดีที่กล้ามแน่นแต่นิสัยอบอุ่น ชินุกจะกลายเป็นเพื่อนที่อยู่ข้างคุณทุกเส้นทางแน่นอนครับ
#Chinookหมาหายากใจดี #หมาลากเลื่อนเมืองไทย #หมาใจเย็นสายลุย #หมาหนักแน่นแต่แสนสุภาพ #Lazadogสายพันธุ์หมา
อยากรู้วิธีดูแลน้องหมา&แมวให้มีความสุขในทุกวัน?
ติดตามบทความน่ารักๆ แบบนี้ได้ที่ Lazadog.com/blog
หรือแชร์ประสบการณ์กับเราได้ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ
by Prasobsook Saisud – Founder Lazadog.com
Doglala – Social for Pet Lovers doglala.com