5 เรื่องที่คุณควรรู้ ก่อนพาน้องหมาออกกำลังกายให้พอดี — ไม่มากเกิน ไม่น้อยไป (อัปเดท 2025)

Apr 11, 2025
การรับเลี้ยงและการดูแล
5 เรื่องที่คุณควรรู้ ก่อนพาน้องหมาออกกำลังกายให้พอดี — ไม่มากเกิน ไม่น้อยไป (อัปเดท 2025)

🐶 ไวรัลวันนี้! หมา-แมวไทย

ที่มา: Google News

5 เรื่องที่คุณควรรู้ ก่อนพาน้องหมาออกกำลังกายให้พอดี — ไม่มากเกิน ไม่น้อยไป

“เดินนานไปก็เหนื่อย เดินน้อยไปก็ซน”
ถ้าคุณกำลังสงสัยว่า “ต้องพาน้องหมาเดินหรือเล่นวันละเท่าไหร่ถึงจะพอดี” คุณไม่ได้คิดมากไปหรอกครับ
เพราะการออกกำลังกายไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพร่างกายของน้องหมาเท่านั้น
แต่มันส่งผลต่อสุขภาพจิต พฤติกรรม และแม้แต่ความผูกพันระหว่างเจ้าของกับหมาด้วย

วันนี้ผมเลยอยากชวนคุณมารู้จัก “5 เรื่องที่ควรรู้” เกี่ยวกับการออกกำลังกายของน้องหมา
เพื่อให้คุณวางแผนให้เขาได้เคลื่อนไหวอย่างพอดี มีความสุข และหลับสนิททุกคืนครับ


1. แต่ละพันธุ์ต้องการการออกกำลังกายไม่เท่ากัน

หมาบางพันธุ์ต้องการเคลื่อนไหวมากกว่าหมาพันธุ์อื่น
ยิ่งหมาที่มีต้นกำเนิดมาจากสายพันธุ์ล่าสัตว์ ทำงาน หรือต้อนฝูง เช่น Border Collie, Labrador หรือ Husky
จะต้องใช้พลังงานมากกว่าพันธุ์อย่างชิวาวา หรือชิสุ

ตัวอย่างเวลาออกกำลังกายเฉลี่ย (ต่อวัน):

  • สายพันธุ์พลังสูง (เช่น Belgian Malinois, Border Collie): 90–120 นาที

  • สายพันธุ์กลางๆ (เช่น ลาบราดอร์, บีเกิล): 60–90 นาที

  • สายพันธุ์เล็ก หรือขี้เกียจนิดๆ (เช่น ปั๊ก, ชิสุ): 30–60 นาที

Fact: จาก American Kennel Club (AKC) หมาพลังสูงที่ไม่ได้ออกกำลังกายพอ มักพัฒนาพฤติกรรมทำลายข้าวของ หรือเห่ามากขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์


2. “อายุ” และ “สุขภาพ” ก็มีผลต่อระดับกิจกรรม

หมาเด็กกับหมาแก่…แน่นอนว่าไม่สามารถใช้พลังได้เท่ากัน
ลูกหมาอาจมีพลังมากแต่ยังต้องพักบ่อย ส่วนหมาสูงวัยก็ต้องระวังเรื่องข้อและหัวใจ

คำแนะนำตามช่วงวัย:

  • ลูกหมา (2–6 เดือน): เน้นกิจกรรมสั้นๆ หลายรอบ วันละ 5–10 นาทีต่อรอบ

  • วัยรุ่น (6 เดือน–2 ปี): เล่นหนักได้มากขึ้น เน้นฝึกเชิงปฏิสัมพันธ์

  • วัยโต (2–7 ปี): ออกกำลังกายตามสายพันธุ์

  • วัยชรา (7 ปีขึ้นไป): เดินช้า สม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงกระโดดแรงๆ

Tip: ถ้าน้องหมาเริ่มแสดงอาการหอบเร็ว เดินช้าลง หรือไม่อยากลุกจากที่นอน ควรพาไปเช็กสุขภาพก่อนวางแผนกิจกรรม


3. ไม่ใช่แค่ “วิ่ง” หรือ “เดิน” — มีอีกหลายแบบที่หมาก็ชอบ

การออกกำลังกายไม่ได้จำกัดแค่การพาเดินรอบหมู่บ้าน
กิจกรรมแบบอื่น เช่น ว่ายน้ำ เล่นดึงเชือก หรือฝึก Agility ก็ช่วยให้เขาได้ออกแรงและใช้สมองด้วย

กิจกรรมที่ช่วยเสริมทั้งพลังงานและสมอง:

  • เกมหาขนมซ่อนตามบ้าน

  • ดึงเชือก Tug of War

  • เดินบนทางลาดเอียง หรือบันไดเบาๆ

  • ฝึกคำสั่งง่ายๆ สลับกับรางวัล

Fact: กิจกรรมที่กระตุ้นทั้งร่างกายและสมอง มีผลช่วยลดความเบื่อในสุนัขได้ถึง 68% (จากข้อมูลของ VetStreet)


4. สังเกตพฤติกรรม = เช็กได้ว่าน้องหมา “ได้ออกกำลังพอไหม”

บางครั้งไม่ต้องดูนาฬิกาก็รู้ว่าน้องหมาได้ปล่อยพลังพอหรือยัง
แค่สังเกตพฤติกรรมก็สามารถประเมินได้คร่าวๆ แล้ว

สัญญาณว่าน้องหมายังได้ออกกำลังกายไม่พอ:

  • เห่าเรื่อยๆ ไม่มีสาเหตุ

  • เดินวนอยู่ในบ้าน

  • เคี้ยวรองเท้า ข่วนโซฟา

  • พฤติกรรม “ขอเล่น” บ่อยเกินปกติ

  • นอนไม่หลับ หรือหลับตื้น

Tip: หากน้องหมาเริ่ม “นิ่งเกินไป” หรือไม่สนใจสิ่งรอบตัวเลย อาจเป็นสัญญาณของความเครียดสะสมจากการไม่ได้ระบายพลังงาน


5. “น้อยแต่สม่ำเสมอ” ดีกว่า “หนักแล้วหายไปนาน”

บางคนอาจไม่มีเวลาพาออกกำลังนานๆ ทุกวัน
แต่การให้หมาได้เคลื่อนไหวเป็นประจำ แม้แค่ 10–15 นาทีต่อรอบ ก็ยังดีกว่าปล่อยให้นอนทั้งวันแล้วค่อยจัดหนักสุดสัปดาห์

ตัวอย่างการแบ่งเวลา:

  • เช้า: เดิน 10 นาที + เกมหาขนม

  • เย็น: เดินอีก 20 นาที + ฝึกคำสั่งเล็กๆ

  • วันหยุด: เพิ่มเวลาวิ่งหรือว่ายน้ำพิเศษ

Fact: หมาที่ได้ออกกำลังวันละน้อยแต่สม่ำเสมอ มีแนวโน้มอายุยืนและมีสุขภาพจิตดีกว่าหมาที่ออกกำลังเป็นพักๆ ถึง 22% (อ้างอิงจาก Banfield Pet Hospital)


การออกกำลังกายของน้องหมาไม่ใช่แค่เรื่อง “ต้องพาไปเดิน”
แต่มันคือวิธีดูแลใจ ดูแลกาย และเสริมพฤติกรรมให้เขาได้ระบายพลังอย่างถูกทาง
เพียงแค่คุณเข้าใจสายพันธุ์ วัย และนิสัยของน้องหมาตัวเอง
คุณก็สามารถวางแผนกิจกรรมให้พอดี และมีหมาที่สุขภาพดี มีพลัง และน่ารักอยู่ข้างคุณไปอีกนาน


#หมาออกกำลังกายเท่าไหร่ดี #เดินหมาอย่างไร #หมาสุขภาพดี #พาน้องหมาเล่น #LazadogCareTips


อยากรู้วิธีดูแลน้องหมาให้มีความสุขในทุกวัน?
ติดตามบทความน่ารักๆ แบบนี้ได้ที่ Lazadog.com/blog
หรือแชร์ประสบการณ์กับเราได้ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ

by Prasobsook Saisud – Founder Lazadog.com


Doglala - Social for Pet Lovers

Doglala – Social for Pet Lovers doglala.com

Recent Posts