5 เรื่องที่คุณควรรู้ ก่อนรับ “ลูกหมาเข้าบ้าน” – เลี้ยงน่ารักให้โตสุขภาพดีแบบมือโปร (อัปเดท 2025)

Apr 10, 2025
การรับเลี้ยงและการดูแล
5 เรื่องที่คุณควรรู้ ก่อนรับ “ลูกหมาเข้าบ้าน” – เลี้ยงน่ารักให้โตสุขภาพดีแบบมือโปร (อัปเดท 2025)

🐶 ไวรัลวันนี้! หมา-แมวไทย

ที่มา: Google News

5 เรื่องที่คุณควรรู้ ก่อนรับ “ลูกหมาเข้าบ้าน” – เลี้ยงน่ารักให้โตสุขภาพดีแบบมือโปร

ใครที่เพิ่งรับน้องหมาเข้าบ้าน หรือกำลังจะต้อนรับลูกหมาในเร็วๆ นี้
เตรียมตัวให้ดีเลยครับ เพราะการเลี้ยงลูกหมาไม่ใช่แค่ให้ข้าวให้ที่นอน
แต่มันคือ “ภารกิจแห่งความรัก” ที่ต้องใส่ใจตั้งแต่หัวจรดหาง เพื่อวางรากฐานให้เขาเติบโตอย่างแข็งแรง มีนิสัยดี และเข้ากับบ้านได้อย่างสมบูรณ์

วันนี้ผมจะพาคุณไปรู้จัก 5 เรื่องสำคัญที่เจ้าของมือใหม่ควรรู้ก่อนเริ่มต้นเลี้ยงลูกหมา
เพื่อให้คุณพร้อมเป็นเจ้าของที่ดี และน้องหมาเองก็มีชีวิตที่อบอุ่นตั้งแต่วันแรกครับ


1. ช่วงอายุ 2–4 เดือน คือ “ช่วงทอง” ในการสร้างนิสัย

ลูกหมาช่วงวัยนี้เปรียบเหมือนเด็กอนุบาลที่เรียนรู้ทุกอย่างจากสิ่งรอบตัว
การฝึก การเข้าสังคม และการดูแลพื้นฐานจะส่งผลยาวนานไปถึงตอนโต

สิ่งที่ควรทำในช่วงนี้:

  • เริ่มฝึกขับถ่ายให้เป็นที่

  • ทำความคุ้นเคยกับเสียงคน เสียงรถ สิ่งของรอบตัว

  • สอนคำสั่งง่ายๆ เช่น “นั่ง”, “รอ”

  • พาไปหาหมอฉีดวัคซีนตามนัด

Fact: งานวิจัยจาก American Veterinary Society of Animal Behavior (AVSAB) แนะนำให้เริ่มพาน้องหมาเข้าสังคมช่วง 3–12 สัปดาห์แรก เพื่อช่วยป้องกันพฤติกรรมหวาดกลัวในอนาคต


2. อาหารลูกหมาต้อง “เฉพาะวัย” เท่านั้น

ลูกหมาต้องการพลังงานสูงกว่าหมาที่โตแล้วหลายเท่า
และระบบย่อยอาหารของเขายังบอบบาง ต้องได้รับสารอาหารที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโต

เลือกอาหารอย่างไร:

  • ใช้อาหารสูตร “Puppy” เท่านั้น (มีแคลเซียม-ฟอสฟอรัสที่สมดุล)

  • ให้อาหารวันละ 3–4 มื้อ ห่างกันสม่ำเสมอ

  • อย่าให้อาหารคน เช่น นมวัว ช็อกโกแลต หรือของทอด

  • น้ำสะอาดต้องมีให้ตลอดเวลา

Tip: ใช้ถ้วยตวงอาหารเพื่อป้องกันการให้อาหารเกิน — ลูกหมาอ้วนง่ายกว่าที่คิด!


3. สุขภาพพื้นฐานต้องดูแลตั้งแต่วันแรก

อย่ารอให้น้องหมาป่วยก่อนค่อยไปหาหมอ
ควรพาไปตรวจสุขภาพเบื้องต้น และวางแผนฉีดวัคซีนอย่างครบถ้วน

สิ่งที่ต้องเตรียม:

  • วัคซีนหลัก: ลำไส้อักเสบ, พิษสุนัขบ้า, หัดสุนัข ฯลฯ

  • ถ่ายพยาธิทุก 2 สัปดาห์ในช่วง 2–12 สัปดาห์แรก

  • ปรึกษาเรื่องยาหยดเห็บหมัดแบบปลอดภัยสำหรับลูกหมา

  • สังเกตพฤติกรรมผิดปกติ เช่น อาเจียน ซึม ถ่ายเหลว

Fact: จากข้อมูลของกรมปศุสัตว์ การฉีดวัคซีนครบและตรงเวลา ช่วยลดความเสี่ยงโรคร้ายแรงในลูกหมาได้มากกว่า 80%


4. ลูกหมาต้องการ “พื้นที่ปลอดภัย” และ “กิจวัตรที่แน่นอน”

ลูกหมายังไม่เข้าใจว่าโซฟาไม่ใช่ของเล่น หรือพรมไม่ใช่ห้องน้ำ
การจัดพื้นที่เฉพาะให้เขาจะช่วยให้เขาปรับตัวได้เร็ว และลดความเครียด

วิธีจัดพื้นที่:

  • ใช้คอกหรือกรงฝึกเป็นมุมปลอดภัย

  • วางเบาะนอน ของเล่น และถ้วยน้ำในที่เดียวกัน

  • ตั้งเวลานอน-กิน-เล่นให้สม่ำเสมอ

  • ค่อยๆ พาออกจากคอกอย่างมีจังหวะ

Tip: อย่าปล่อยให้ลูกหมาอยู่คนเดียวในพื้นที่โล่งเกินไป เพราะเขายังไม่มีระเบียบวินัยในการใช้พื้นที่


5. ความรักต้องมาพร้อม “ความเข้าใจ”

ลูกหมาอาจกัดเล่น ขับถ่ายผิดที่ หรือเห่าเรียกร้อง
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่พฤติกรรมดื้อ แต่เป็นการเรียนรู้และสื่อสารของเขา

วิธีรับมือแบบเจ้าของมือโปร:

  • อย่าดุแรง หรือตี

  • ใช้คำสั่งชัดเจน เช่น “ไม่” หรือ “พอ”

  • ให้รางวัลเมื่อทำถูก เช่น ขนม คำชม

  • สังเกตอารมณ์ของลูกหมา เช่น เครียด ง่วง หิว

Fact: ลูกหมาที่ได้รับการตอบสนองด้วยความเข้าใจและบวก จะพัฒนาเป็นหมาที่มั่นคง อารมณ์ดี และฝึกง่ายกว่าในระยะยาว


การเลี้ยงลูกหมาอาจไม่ง่ายในช่วงแรก แต่ถ้าคุณมีความรักและความเข้าใจ
พร้อมสร้างกิจวัตร ดูแลสุขภาพ และสื่อสารอย่างถูกวิธี
คุณจะได้เพื่อนรักที่เติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแรง และผูกพันกับคุณไปตลอดชีวิต


#เลี้ยงลูกหมาแบบมือโปร #ดูแลลูกหมา #เริ่มต้นเลี้ยงหมา #น้องหมาวัยกำลังซน #LazadogCareTips


อยากรู้วิธีดูแลน้องหมาให้มีความสุขในทุกวัน?
ติดตามบทความน่ารักๆ แบบนี้ได้ที่ Lazadog.com/blog
หรือแชร์ประสบการณ์กับเราได้ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ

by Prasobsook Saisud – Founder Lazadog.com

Doglala - Social for Pet Lovers

Doglala – Social for Pet Lovers doglala.com

Recent Posts