5 เหตุผล! อาการชักในแมวไม่ใช่เรื่องไกลตัว (รู้ทันไว้ก่อนสายเกินไป)
ถ้าคุณเห็นแมวตัวเองสั่น ตัวเกร็ง น้ำลายฟูมปาก ตาลอย เหมือนหลุดจากหนังผี
อย่าคิดว่าแมวกำลังเล่นละคร หรือโดนผีหลอกครับ...
เพราะอาการแบบนั้น อาจเป็น “อาการชัก” ที่พบได้ในแมวเช่นเดียวกับในคน!
“ถึงแม้แมวจะมีอาการชักไม่บ่อยเท่าสุนัข แต่อัตราการวินิจฉัยในแมวที่แสดงอาการผิดปกติเพิ่มขึ้นทุกปี”
– ข้อมูลจาก Royal Veterinary College, UK
วันนี้ผมจะพาคุณมาทำความเข้าใจว่า
อาการชักในแมวเกิดจากอะไร สังเกตยังไง และต้องทำยังไงให้ปลอดภัยทั้งคนทั้งแมว
อาการชักในแมวมีหลายแบบ ตั้งแต่เบาจนแทบไม่รู้ตัว ไปจนถึงรุนแรงและเสี่ยงชีวิต
ตาเบิกโพลง
กระตุกใบหู
เคลื่อนไหวแปลกๆ ซ้ำๆ (เช่น เคี้ยวลม หรือเหม่อ)
ตัวสั่นเกร็งทั้งตัว
ล้มลง น้ำลายฟูมปาก
กลั้นปัสสาวะ/อุจจาระไม่ได้
“กว่า 40% ของเจ้าของแมวที่พาแมวไปหาหมอจากอาการชัก บอกว่าเคยเห็นอาการมาก่อนแต่คิดว่า ‘ไม่เป็นไร’”
– Feline Neurology Report, 2023
ข้อควรรู้:
อาการชักแม้จะสั้นแค่ไม่กี่วินาที ก็แปลว่าสมองแมวมีปัญหา ต้องได้รับการตรวจโดยสัตวแพทย์
อาการชักในแมวอาจเกิดจาก…
สมองอักเสบ (เช่น FIP, toxoplasmosis)
เนื้องอกในสมอง
ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
ความผิดปกติทางพันธุกรรม
การได้รับสารพิษ เช่น ยาฆ่าแมลง หรือยาคนบางชนิด
โรคลมชัก (Epilepsy)
“แมวที่มีอาการชัก 1 ใน 4 ราย มีสาเหตุมาจากโรคที่สามารถรักษาได้ถ้าตรวจพบไว”
– Veterinary Neurology Society
เคล็ดลับ:
เก็บยาทุกชนิดในบ้านให้พ้นแมว
หากน้องมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ต้องควบคุมระดับน้ำตาลให้ดี
หลายคนตกใจเมื่อเห็นแมวชัก แล้วทำในสิ่งที่อาจอันตรายยิ่งกว่า เช่น พยายามเปิดปาก เอานิ้วแหย่ หรืออุ้มไว้แน่นๆ
วิธีรับมือที่ถูกต้อง:
เคลียร์พื้นที่ให้แมวปลอดภัย (ไม่มีของแข็งหรือคมใกล้ๆ)
อย่าแตะตัวแมวขณะชัก
จับเวลาไว้ (อาการชักเกิน 2 นาที = ฉุกเฉิน)
ถ่ายวิดีโอเก็บไว้ช่วยวินิจฉัย
พาไปพบสัตวแพทย์ทันทีหลังอาการหยุด
“การจับแมวขณะชักมีโอกาสถูกกัดหรือข่วนได้สูง เพราะแม้แมวจะไม่รู้ตัว แต่ร่างกายกำลังป้องกันตัวแบบอัตโนมัติ”
– ข้อมูลจาก American Association of Feline Practitioners (AAFP)
แมวที่มีอาการชักซ้ำหลายครั้งในเวลาใกล้กัน (เช่น วันเดียวกัน หรือสัปดาห์เดียวกัน)
หรือชักนานเกิน 2–3 นาที คือสัญญาณอันตรายที่ต้องตรวจระบบประสาท สมอง หรือทำ MRI/CT scan
“อาการชักที่ไม่ทราบสาเหตุเป็นอันดับ 1 ของแมวอายุ 1–5 ปี ส่วนแมวสูงวัยมีแนวโน้มเนื้องอกในสมองมากกว่า”
– Feline Epilepsy Initiative, 2022
คำแนะนำ:
อย่ารอให้ชักซ้ำ
พาไปหาหมอแม้จะชักเพียงครั้งเดียว โดยเฉพาะหากมีพฤติกรรมเปลี่ยนร่วมด้วย เช่น ซึม หลง หรือเดินวน
ถ้าแมวได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น “ลมชัก” (Epilepsy) หรืออาการชักจากภาวะเรื้อรัง
สัตวแพทย์จะพิจารณาให้ยาควบคุมการชัก เช่น Phenobarbital หรือ Levetiracetam
ข้อควรรู้:
ยาควบคุมการชักต้องให้ตามเวลาและห้ามหยุดยาเอง
ตรวจเลือดเพื่อติดตามผลข้างเคียงทุก 6 เดือน
แมวส่วนใหญ่สามารถมีชีวิตปกติได้ ถ้าควบคุมการชักดี
แมวของคุณอาจไม่พูดได้ว่า “ฉันไม่สบาย”
แต่ถ้าเราเข้าใจสัญญาณเล็กๆ อย่าง “อาการชัก”
ก็เท่ากับว่าเรากำลังปกป้องชีวิตแมวให้ปลอดภัยในระยะยาว
แค่คุณรู้ทันวันนี้ ก็อาจช่วยชีวิตแมวคุณไว้ในวันพรุ่งนี้ครับ
#แมวชักต้องรีบพาไปหาหมอ #รู้ทันอาการชักแมว #แมวล้มไม่ใช่เล่น #โรคลมชักแมวไม่ไกลตัว #Lazadogดูแลแมวทุกอาการ
อยากรู้วิธีดูแลน้องหมา&แมวให้มีความสุขในทุกวัน?
ติดตามบทความน่ารักๆ แบบนี้ได้ที่ Lazadog.com/blog
หรือแชร์ประสบการณ์กับเราได้ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ
by Prasobsook Saisud – Founder Lazadog.com
Doglala – Social for Pet Lovers doglala.com