5 เหตุผล! อาการชักในแมวไม่ใช่เรื่องไกลตัว (รู้ทันไว้ก่อนสายเกินไป) (อัปเดท 2025)

Apr 19, 2025
การรับเลี้ยงและการดูแล
5 เหตุผล! อาการชักในแมวไม่ใช่เรื่องไกลตัว (รู้ทันไว้ก่อนสายเกินไป) (อัปเดท 2025)

🐶 ไวรัลวันนี้! หมา-แมวไทย

ที่มา: Google News

5 เหตุผล! อาการชักในแมวไม่ใช่เรื่องไกลตัว (รู้ทันไว้ก่อนสายเกินไป)

ถ้าคุณเห็นแมวตัวเองสั่น ตัวเกร็ง น้ำลายฟูมปาก ตาลอย เหมือนหลุดจากหนังผี
อย่าคิดว่าแมวกำลังเล่นละคร หรือโดนผีหลอกครับ...

เพราะอาการแบบนั้น อาจเป็น “อาการชัก” ที่พบได้ในแมวเช่นเดียวกับในคน!

“ถึงแม้แมวจะมีอาการชักไม่บ่อยเท่าสุนัข แต่อัตราการวินิจฉัยในแมวที่แสดงอาการผิดปกติเพิ่มขึ้นทุกปี”
– ข้อมูลจาก Royal Veterinary College, UK

วันนี้ผมจะพาคุณมาทำความเข้าใจว่า
อาการชักในแมวเกิดจากอะไร สังเกตยังไง และต้องทำยังไงให้ปลอดภัยทั้งคนทั้งแมว


1. อาการชักในแมวอาจไม่ได้รุนแรงเสมอไป (แต่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด)

อาการชักในแมวมีหลายแบบ ตั้งแต่เบาจนแทบไม่รู้ตัว ไปจนถึงรุนแรงและเสี่ยงชีวิต

แบบเบา:

  • ตาเบิกโพลง

  • กระตุกใบหู

  • เคลื่อนไหวแปลกๆ ซ้ำๆ (เช่น เคี้ยวลม หรือเหม่อ)

แบบรุนแรง:

  • ตัวสั่นเกร็งทั้งตัว

  • ล้มลง น้ำลายฟูมปาก

  • กลั้นปัสสาวะ/อุจจาระไม่ได้

“กว่า 40% ของเจ้าของแมวที่พาแมวไปหาหมอจากอาการชัก บอกว่าเคยเห็นอาการมาก่อนแต่คิดว่า ‘ไม่เป็นไร’”
Feline Neurology Report, 2023

ข้อควรรู้:
อาการชักแม้จะสั้นแค่ไม่กี่วินาที ก็แปลว่าสมองแมวมีปัญหา ต้องได้รับการตรวจโดยสัตวแพทย์


2. สาเหตุอาการชักมีหลายแบบ ไม่ใช่แค่ “ลมบ้าหมู” เสมอไป

อาการชักในแมวอาจเกิดจาก…

  • สมองอักเสบ (เช่น FIP, toxoplasmosis)

  • เนื้องอกในสมอง

  • ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

  • ความผิดปกติทางพันธุกรรม

  • การได้รับสารพิษ เช่น ยาฆ่าแมลง หรือยาคนบางชนิด

  • โรคลมชัก (Epilepsy)

“แมวที่มีอาการชัก 1 ใน 4 ราย มีสาเหตุมาจากโรคที่สามารถรักษาได้ถ้าตรวจพบไว”
Veterinary Neurology Society

เคล็ดลับ:
เก็บยาทุกชนิดในบ้านให้พ้นแมว
หากน้องมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ต้องควบคุมระดับน้ำตาลให้ดี


3. ถ้าแมวชัก ห้ามจับแรง ห้ามเปิดปาก และห้ามพ่นน้ำมนต์

หลายคนตกใจเมื่อเห็นแมวชัก แล้วทำในสิ่งที่อาจอันตรายยิ่งกว่า เช่น พยายามเปิดปาก เอานิ้วแหย่ หรืออุ้มไว้แน่นๆ

วิธีรับมือที่ถูกต้อง:

  • เคลียร์พื้นที่ให้แมวปลอดภัย (ไม่มีของแข็งหรือคมใกล้ๆ)

  • อย่าแตะตัวแมวขณะชัก

  • จับเวลาไว้ (อาการชักเกิน 2 นาที = ฉุกเฉิน)

  • ถ่ายวิดีโอเก็บไว้ช่วยวินิจฉัย

  • พาไปพบสัตวแพทย์ทันทีหลังอาการหยุด

“การจับแมวขณะชักมีโอกาสถูกกัดหรือข่วนได้สูง เพราะแม้แมวจะไม่รู้ตัว แต่ร่างกายกำลังป้องกันตัวแบบอัตโนมัติ”
ข้อมูลจาก American Association of Feline Practitioners (AAFP)


4. แมวชักซ้ำ = ต้องตรวจระบบประสาทอย่างละเอียด

แมวที่มีอาการชักซ้ำหลายครั้งในเวลาใกล้กัน (เช่น วันเดียวกัน หรือสัปดาห์เดียวกัน)
หรือชักนานเกิน 2–3 นาที คือสัญญาณอันตรายที่ต้องตรวจระบบประสาท สมอง หรือทำ MRI/CT scan

“อาการชักที่ไม่ทราบสาเหตุเป็นอันดับ 1 ของแมวอายุ 1–5 ปี ส่วนแมวสูงวัยมีแนวโน้มเนื้องอกในสมองมากกว่า”
Feline Epilepsy Initiative, 2022

คำแนะนำ:
อย่ารอให้ชักซ้ำ
พาไปหาหมอแม้จะชักเพียงครั้งเดียว โดยเฉพาะหากมีพฤติกรรมเปลี่ยนร่วมด้วย เช่น ซึม หลง หรือเดินวน


5. มีการรักษาอาการชักสำหรับแมวโดยเฉพาะ (และต้องกินยาต่อเนื่อง)

ถ้าแมวได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น “ลมชัก” (Epilepsy) หรืออาการชักจากภาวะเรื้อรัง
สัตวแพทย์จะพิจารณาให้ยาควบคุมการชัก เช่น Phenobarbital หรือ Levetiracetam

ข้อควรรู้:

  • ยาควบคุมการชักต้องให้ตามเวลาและห้ามหยุดยาเอง

  • ตรวจเลือดเพื่อติดตามผลข้างเคียงทุก 6 เดือน

  • แมวส่วนใหญ่สามารถมีชีวิตปกติได้ ถ้าควบคุมการชักดี


แมวของคุณอาจไม่พูดได้ว่า “ฉันไม่สบาย”
แต่ถ้าเราเข้าใจสัญญาณเล็กๆ อย่าง “อาการชัก”
ก็เท่ากับว่าเรากำลังปกป้องชีวิตแมวให้ปลอดภัยในระยะยาว

แค่คุณรู้ทันวันนี้ ก็อาจช่วยชีวิตแมวคุณไว้ในวันพรุ่งนี้ครับ


#แมวชักต้องรีบพาไปหาหมอ #รู้ทันอาการชักแมว #แมวล้มไม่ใช่เล่น #โรคลมชักแมวไม่ไกลตัว #Lazadogดูแลแมวทุกอาการ


อยากรู้วิธีดูแลน้องหมา&แมวให้มีความสุขในทุกวัน?
ติดตามบทความน่ารักๆ แบบนี้ได้ที่ Lazadog.com/blog
หรือแชร์ประสบการณ์กับเราได้ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ

by Prasobsook Saisud – Founder Lazadog.com


Doglala - Social for Pet Lovers

Doglala – Social for Pet Lovers doglala.com

Recent Posts

5 ก่อนให้น้องหมากินไก่อบฟาง (2026)

Feb 07, 2026
การรับเลี้ยงและการดูแล